การต่อกรของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่น 2019-20 ผ่านพ้นมาครบ 6 เดือนพอดิบพอดี

จากการเปิดสนามเดือนสิงหาคม มาถึงวันนี้เดือนมกราคม ไม่เหลือ Program แบบเป็นชุดให้ได้เตะกันอีก หลังจากอาทิตย์นี้คือ เอฟเอ คัพ ในเดือนนี้เหลือเพียง 1 เกมเท่านั้น นั่นคือแมทช์ตกค้างระหว่าง “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กับ “หงส์แดง” หงส์แดง เอฟซี ในวันพุธหน้า
‘หงส์’แรงไม่ตก-‘เรือ,จิ้งจอก’ยางแตกตามห่าง
ราคาบอลไหลต่างประเทศ7mหลังจากซีซั่นที่แล้ว โกยมาถึง97 คะแนน แต่ได้แค่รองแชมป์ ไม่น่าเชื่อว่าซีซั่นนี้ “หงส์แดง” หงส์แดง เอฟซีเดินหน้าได้อย่างน่าทึ่งกับฟอร์มการเล่นที่เดินหน้าคว้าชัย และพัง Stats ต่างๆ ราบเป็นหน้ากลอง
มาถึงวันนี้ หงส์แดง ลงเตะ 23 เกมยังไม่แพ้ใคร ชนะได้ถึง 22 นัด นำโด่งเป็นผู้นำด้วยการมีคะแนนเหนือกว่า “เรือใบสีฟ้า” Manchester City แชมป์เก่าไปแล้วถึง 16 คะแนน แถมยังมีเกมตกค้างให้ได้ลุ้นอีก 1 นัด

บอลทีเด็ด

ทีมของ เยือร์เกิน คล็อพ ทำ Stats เรื่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในลีกมานานถึง 40 เกม ด้วยการชนะ35 เสมอ 5 เป็นทีมที่ 4 ในประวัติศาสตร์ในลีกสูงสุด ต่อจาก อาร์เซนอล 49 นัดปี 2003-04, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์42 นัด ปี 1977-78 และเชลซี 40 นัดปี 2004-05 พร้อมกับเป็นทีมที่ออกสตาร์ทดีที่สุดในประวัติศาสตร์บอลลีกหลักทั้ง5 ของยุโรป
หลังจากออกสตาร์ทชนะเป็นทีมแรกของซีซั่นที่เตะก่อนใครในวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม แต่ตกมาอยู่อันดับ 3 เพราะประตูได้เสีย ต่อไปตั้งแต่นัดที่ 2 “หงส์แดง” ออกนำและนำมาจนถึงวันนี้
ด้วยผลงานที่เรื่อยๆบวกกับความผิดพลาดของ แมนฯซิตี้ ที่เสียคะแนนตั้งแต่นัดที่ 2 ด้วยการเสมอกับท็อตแนมฯ ในถิ่น 2-2 พวกเขาก็มาหลุดแพ้ นอริช แบบพลิกล็อก 2-3 และแพ้ วูล์ฟส์ ในถิ่นตัวเอง 0-2 เท่ากับตอนนั้นเล่นไป 8 นัดแพ้ไปแล้ว 2 ก่อนที่พวกเขาจะหลุดมาถึงอันดับที่ 3 เพราะ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ซิตี้ ที่แรงขึ้นมาอย่างน่าดึงดูดใจ
เลสเตอร์ ที่ไม่ได้รับกาารคาดหวังอะไร แต่หลังจากแพ้ หงส์แดง ที่แอนฟิลด์1-2 ในเกมนัดที่ 8 ของฤดูกาล ต่อไปพวกเขารันรวดเดียวชนะถึง 8 เกมติดต่อกันหนึ่งในนั้นคือการบุกชนะ เซาแธมป์ตัน 9-0 เป็น Stats ใหม่ในเกมเยือนของทีม แต่แล้วมาถึงกลางเดือนธันวาคม เลสเตอร์ ควรจะชนะเพื่อกดดัน หงส์แดงลิเวอร์พูล ที่ไปเล่นบอลชิงแชมป์โลก ปรากฏว่าพวกเขาทำได้แค่เสมอกับ นอริช ในถิ่นตัวเอง
ต่อไปเมื่อต้องดวลตรงๆ กับ แมนฯซิตี้ กับ หงส์แดงลิเวอร์พูล พวกเขาก็แพ้ทั้ง 2 นัดและโดนยิงยับถึง 7 ลูก ทำให้หลุดจากพื้นที่แข่งขันไปโดยปริยาย
ทุกอย่างดูเหมือนกับเป็นใจให้ หงส์แดงลิเวอร์พูล ทั้งทางตรงคือฟอร์มการเล่นของตัวเอง และทางอ้อมคือคู่แข่งที่พลาดกันเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้โอกาสเป็นแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 30 ปี
นาทีนี้เป็นไปได้สูงมาก
หลายคนเริ่มไม่ได้คิดถึงเรื่องการเป็นแชมป์ แต่ฝันไกลไปกันถึงการจะได้แชมป์วันไหน และจะทำ Stats ไร้พ่ายหรือไม่
ฝันได้ไม่แปลกอะไร แต่อย่าลืมไปว่าเท้าต้องติดดิน

การขับเคี่ยวท้ายตาราง
การต่อกรที่น่าดึงดูดใจในแดนท้ายตารางถือว่าเหตุการณ์พลิกไปพลิกมาอยู่หลายตลบ โดยเฉพาะ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด
รองแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อซีซั่นก่อน จมบ๊วยอยู่จนถึงนัดที่ 11 ก่อนจะกำชัยหนแรกของซีซั่นได้สำเร็จ ด้วยการบุกชนะ นอริช ซิตี้ ที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แต่หลังต่อไปพวกเขาก็ร่วงลงมาอยู่อันดับสุดท้ายจนกระทั่งค่อยๆ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 19 ในนัดที่ 19 ของซีซั่น
ไนเจล เพียร์สัน กุนซือคนที่ 3 ฤดูกาลนี้ของวัตฟอร์ด เข้ามาทำทีมได้อย่างน่าดึงดูดใจ เมื่อแพ้ให้กับ หงส์แดงลิเวอร์พูล ก่อนจะไม่แพ้ใคร 6 นัดติด แถมยังชนะถึง 4 เกม จนหนีขึ้นไปอยู่เหนือโซนตกชั้นได้ 2 อาทิตย์ แต่ล่าสุดเมื่อพวกเขาแพ้ในเกมกับ วิลล่า ทำให้ร่วงลงมาอยู่ในโซนแดงอีกครั้ง
นอริช ที่กองบ๊วยอยู่ในขณะนี้ มีช่วงเวลาที่น่าประหลาดใจบ่อยครั้ง แต่พวกเขาหล่นมาโซนแดงตั้งแต่นัดที่ 8 ของฤดูกาล ต่อไปไม่เคยปีนกลับไปได้อีกเลย ดาเนี่ยล ฟาเค่ กุนซือเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่จะตกงาน เพราะวิกฤตินี้ยังไงก็ดูร้ายแรงมากยิ่งขึ้น
ขณะนี้ บอร์นมัธ ที่ยืนอยู่ใน Premier League มาเป็นซีซั่นที่ 5 ติดต่อกัน ทำท่าว่าปีหน้าอาจจะชื่อหาย ทั้งที่เปิดซีซั่นได้ดี แต่ผ่านมาถึงวันนี้กองอยู่โซนแดง เนื่องจากปัญหาอาการนักเตะเจ็บ แม้จะชนะในเกมล่าสุด แต่ปริศนาขณะนี้ก็คือ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปได้สักกี่น้ำ
วัดจากตารางคะแนนที่มีความสูสีมากๆ จากอันดับ 15 ลงมานั้น ไบรท์ตันกับ แอสตัน วิลล่า มีอยู่ทีมละ 25 คะแนน ขณะที่ เวสต์แฮม หล่นมาอยู่ที่ 17 มี23 คะแนนเท่ากับ บอร์นมัธ ที่อยู่โซนแดงอันดับ 18 และวัตฟอร์ด ที่อยู่อันดับ 19 ส่วน นอริช มี 17 คะแนน
หากใครพลาดแค่ 2 เกมติด อาจเห็นหน้าเห็นหลังกันเลยทีเดียว
สุดสูสี!ตารางคะแนนแบ่งโซน
ตารางคะแนน Premier League โซนตกชั้นแบ่งไปชัดเจนว่าต้องบี้กัน 5 ทีม
ขณะที่แข่งขันเหลือ หงส์แดง กับ แมนฯซิตี้ ที่ยังมีโอกาส
ทางด้านพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกเลสเตอร์ มี 48 คะแนน กับChelseaที่มี 40 ขณะนี้ช่องว่างห่างจากทีมอันดับ 5 อย่าง ปีศาจแดง อยู่ที่ 6 คะแนน
น่าดึงดูดใจก็คือ อันดับ 5 ไปจนถึงอันดับ 14 มีถึง 10 ทีมที่ยังอยู่ในพื้นที่ยูโรป้าลีก ชนิดพลาดนิดเดียวมีสิทธิ์จากตอนบนหล่นมาโซนล่างทันที
แมนยูฯ อยู่ที่ 5 ก็จริงมี 34 คะแนน แต่ทีมอันดับ 14 อย่าง นิวคาสเซิ่ล มีอยู่ 30 คะแนน ห่างกันเพียง 4 คะแนนเท่านั้น
เมื่อเป็นแบบนี้โอกาสยังคงเปิดกว้างในการลุ้นไปท่องทวีปซีซั่นหน้า เพราะทีมที่วนอยู่ตรงนี้มีทั้ง ไก่เดือยทอง, วูล์ฟส์,เชฟฯยูไนเต็ด, เซาแธมป์ตัน, อาร์เซนอล,พาเลซ, เอฟเวอร์ตัน และเบิร์นลี่ย์
ตัวเลขน่าดึงดูดใจคือ ทีมอันดับ 9 อย่าง เซาแธมป์ตัน ที่ทำท่าว่าจะละเอียดไปแล้ว หลังจากแพ้ เลสเตอร์ 0-9 กระแสการต้องปลดโค้ช ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิ่ล
แรงมาก สุดท้ายบอร์ดวัดใจให้ทำงานต่อ ขณะนี้จากทีมที่อยู่ในโซนตกชั้น ใช้เวลา7 เกมล่าสุดชนะ 5 เสมอ 1 แพ้หนเดียวขึ้นมาอยู่กลางตารางได้อย่างน่าปรบมือ
กุนซือเก้าอี้พัง
มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งกุนซือกันอย่างเรื่อยๆ ที่กลายเป็นเรื่องปกติ
แต่บางทีมก็ทำให้มันไม่ปกติได้เหมือนกัน
เริ่มจาก ไบรท์ตัน สั่งปลด คริส ฮิวจ์ตันหลังจากทีมรอดตายแล้วให้ เกรแฮมพ็อตเตอร์ เข้ามารับงานก่อนเปิดซีซั่นกว่า 3 เดือน เช่นเดียวกับChelseaที่เปลี่ยนโค้ชอีกครั้งด้วยการเลือก แฟรงค์ แลมพาร์ดรับงานแทน เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่มาอยู่ได้แค่ซีซั่นเดียว
เซอร์ไพรส์ก็คือ นิวคาสเซิ่ล ไม่ยอมต่อสัญญากับ ราฟา เบนิเตซ แล้วไปเลือกปลาร้าปลาเจ่าอย่าง สตีฟ บรู๊ซ เข้ามาทำงาน ท่ามกลางการประท้วงของสาวกทูน อาร์มี่
วัตฟอร์ด กลายเป็นทีมแรกที่ปลดกุนซือเมื่อไล่ ฆาบี้ กราเซีย ออกจากทีมไปเป็นคนแรกของซีซั่นเมื่อ 7 กันยายน 2019 แล้วเลือก กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรซ เข้ามาทำงานอีกครั้ง เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่
ซานเชซ ทำงานได้ไม่ถึง 3 เดือนก็โดนไล่ออกไปอีกที แล้วก็เป็น ไนเจล เพียร์สัน มาทำงานแทนที่วิคาเรจ โรด
น้อยครั้งที่จะมีการเปลี่ยนกุนซือถึง 3 คนฤดูกาลเดียว แต่ วัตฟอร์ด ทำให้ทุกคนได้เห็นแล้ว
ฝั่งของ สเปอร์ ที่ได้รองแชมป์ยุโรป แต่ทีมกลับแตกสลาย เมื่อ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ถึงทางตัน โดนถอดจากทีมไปในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2019 แล้วไปดึง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ตกงานอยู่เกือบปีเข้ามารับงาน
เป็นหนแรกที่ ท็อตแนมฯ ปลดโค้ชแล้ว อาร์เซนอล คู่ปรับร่วมนอร์ธ ลอนดอน ปลดบ้างเมื่อ อูไน อเมรี่ ก็ทำทีมไม่ถึงไหน โดนไล่ออกหลังจากโปเช็ตติโน่ ถูกเด้งเพียง 10 วันเท่านั้น นับเป็นครั้งแรกที่ 2 คู่ปรับนี้ปลดโค้ชในคราเดียวกัน แล้วบอร์ดเลือกเด็กเก่าอย่างมิเกล อาร์เตต้า มารับงานกุนซือเป็นครั้งแรกในชีวิต
อาร์เตต้า เข้าไปดูงานตัวเองที่กูดิสันพาร์ค เมื่อทีมบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ “ทอฟฟี่เมน” แต่งตั้งคาร์โล อันเชล็อตติ มือปืนอิตาเลียน เข้ามาทำงาน ซึ่งวันนั้น “คาร์เล็ตโต้” ก็ดูงานบนอัฒจันทร์เช่นกัน หลังจาก เอฟเวอร์ตันทนในการทำงานของ มาร์โก้ ซิลวาไม่ไหว
คนล่าสุดที่ตกงานไปคือ “ดิ เอ็นจีเนียร์” มานูเอล เปเยกรินี่ พ่อมดขาวชาวชิลี ที่เข็น เวสต์แฮม ไม่ขึ้น เขาถูกปลดหลังบ็อกซิ่ง เดย์ ได้ 2 วัน แล้วก็ตั้ง เดวิด มอยส์ กลับมารับงานอีกครา
‘วาร์ดี้’คืนชีพ-‘เดอบรอยน์’จอมจ่าย
เจมี่ วาร์ดี้ สไตเกอร์ฮอตแอนท์ของ เลสเตอร์ ซิตี้ กลับมาฟอร์มดีอีกครั้ง เมื่อทะยานไปรั้งดาราซัลโวของ Premier League ด้วย Stats 17 ประตู
สไตล์การเล่นในช่วงแรกของเบรนแดน ผลบอลทุกลีกเมื่อคืนร็อดเจอร์ส คือ 4-1-4-1 กำลังลงตัว แต่ในตอนหลัง ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนเป็น 4-4-2 บ้าง 4-1-3-2 บ้าง บวกกับ วาร์ดี้ มีปัญหาเดี้ยง และถูกสั่งให้พัก ทำให้ดูเบาบางลงไป
ขณะที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยังคงซัดได้อย่างเรื่อยๆให้กับ Manchester City โดยเป็นที่พึ่งให้กับทีได้เสมอ และเขาซัดไปแล้ว 16 ลูก ท้าทายตำแหน่งรองเท้าทองคำกับ วาร์ดี้ ไปตลอดเส้นทาง
ส่วนอันดับ 3 ขณะนี้มี 3 คนยิงกันไปคนละ 14 ประตูนั่นคือ ปิแอร์เอเมอริค-โอบาเมยัง ของอาร์เซนอล,แดนนี่ อิงส์ ของเซาแธมป์ตัน และมาร์คัส แรชฟอร์ด ของManchester United คนละ 14 ลูก
ในส่วนของจอมแอสซิสต์ขณะนี้คงไม่มีใครเกิน เควิน เดอ บรอยน์ ของแมนเชสเตอร์ซิตี้ และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์แบ๊กจอมบุกของหงส์แดง
เดอ บรอยน์ แอสซิสต์ไปแล้ว 15 ครั้ง ทำแบบนี้มา 3 ปีซ้อนๆ เขาเป็นหัวใจในแนวรุกของแชมป์เก่าเหมือนอย่างที่เคย เช่นเดียวกับ เทรนท์ ที่เป็นอาวุธสำคัญในเกมรุกของหงส์แดงลิเวอร์พูล นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่แอสซิสต์ไปแล้ว 2 หลัก โดยปีนี้ทำไปแล้ว 10 แอสซิสต์
อันดับ 3 มากันเพียบถึง 5 คน คนละ 7 แอสซิสต์ นั่นคือ เอมิลิอาโน่ บวนเดีย ของนอริช ซิตี้, ซน ฮึง มิน ของไก่เดือยทอง, 2 แข้งเรือใบ ริยาด มาห์เรซ กับ ดาบิด ซิลบา และอีกรายคือ อดามา ตราโอเร่ ปีกล่ำสันของวูล์ฟส์
Stats … Stats … Stats
ปีนี้มีแฮททริกไปแล้ว 8 ครั้ง เริ่มจาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ของแมนฯซิตี้ ยิงใส่ เวสต์แฮม ตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล
ต่อไปก็ไล่เรียงกันมาคือ ติมู ปุกกี้ของนอริช ยิง นิวคาสเซิ่ล, แทมมี่ อบราฮัมของเชลซี ยิง วูล์ฟส์, แบร์นาโด ซิลวา ของแมนฯซิตี้ กระทุ้ง วัตฟอร์ด
โหดสุดๆ ก็คือ “ดับเบิ้ลแฮททริก”ของ อโยเซ่ เปเรซ กับ เจมี่ วาร์ดี้ ของเลสเตอร์ ในเกมยำ เซาแธมป์ตัน 9 เม็ด
ต่อด้วย คริสเตียน พูลิซิซ ของเชลซี ที่ยิง เบิร์นลี่ย์ และคนล่าสุดคือ เซร์คิโอ อเกวโร่ ของแมนฯซิตี้ ในเกมลุกยำ วิลล่า เมื่อ 12 มกราคมที่ผ่านมา
เมื่อมีคนยิงก็ต้องมีคนเซฟ ขณะนี้มียอดนายประตูที่คลีนชีตเยอะที่สุดอยู่ 3 คนคือ เบน ฟอสเตอร์ ของวัตฟอร์ด, ดีน เฮนเดอร์สัน ของเชฟฯยูไนเต็ด และนิค โป๊ป ของเบิร์นลี่ย์ คนละ 8 เกม
บอลทีเด็ดนักเตะแข้งโหดประจำปีก็คือ เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา ของบอร์นมัธ รับใบเหลืองไปแล้วคนเดียว 9 ใบ ขณะที่ คริสเตียน กาบาเซเล่ ของวัตฟอร์ด โดนใบแดงเยอะที่สุด 2 ใบ
“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ครองความโหดเมื่อโดนใบเหลืองเยอะที่สุดรวม 57 ใบ พร้อมกับเป็นทีมที่โดนใบแดงเยอะที่สุด3 ใบเท่ากับ ท็อตแนมฯ และวัตฟอร์ด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *