น้ำตา”พันล้าน” อะไรที่ทำให้ “เนย์มาร์” ร้องไห้

ควันหลงจากศึก  UEFA  แชมป์เปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ยังมีอีกประเด็นที่ขอกล่าวถึงคือน้ำตาของ "เนย์มาร์" โดยเฉพาะภาพของพลพรรคเสือใต้ลิงโลดกระโดดด้วยความดีใจหลังหมดเวลา ในขณะที่แข้งพันล้านดาวเตะปารีสทีมผู้แพ้ทรุดกายร้องไห้

 ความโศกเศร้าเพิ่มระดับในจังหวะพิธีมอบเหรียญรางวัล "เนย์มาร์" เดินผ่านถ้วยแชมป์และเอื้อมมือไปสัมผัส พร้อมน้ำตาที่รินไหล ก่อนไปนั่งร้องไห้อย่างหนักในซุ้มม้านั่งสำรอง ก่อนที่ "คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้" ดาวเตะฝรั่งเศสเพื่อนร่วมทีม และ "ฟิลิปเป้ คูตินโญ่" เพื่อนร่วมทีมชาติจากเสือใต้ เดินเข้ามาปลอบ

 หลายคนคงบ่นว่าจะเสียใจอะไรขนาดนี้ ในเมื่อ "เนย์มาร์" ก็เคยคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้วเมื่อ 5 ฤดูกาลก่อน สมัยยังค้าแข้งอยู่กับ "เจ้าบุญทุ่ม" อดีตทีมในศึก ลา ลีกา สเปน

 แต่หากมองย้อนกลับไป น้ำตาของ "เนย์มาร์" เกิดขึ้นหลายครั้ง และแต่ละครั้งในอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างไปตามสถานการณ์

  เมื่อปี 2018 เคยเกิดทวิตเตอร์ร้อนแรงที่สุดช่วงหนึ่งในไทย กับข้อความ #เนย์มาร์ร้องไห้ทำไม  และแทบไม่น่าเชื่อว่า ข้อความทวิตนี้ยังมีให้เห็นอยู่ในช่วงหลัง

 กล่าวคือเหตุการณ์ "เสียน้ำตา" ครั้งนั้นเกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก 2018 หลายคนสงสัยในเมื่อ "บราซิล" ของ "เนย์มาร์" ชนะคู่แข่งอย่าง คอสตาริก้า 2-0 ตัวเองยิงได้ ทีมชาติตัวเองเข้ารอบ แล้วจะร้องไห้ทำไม

 แต่สถานการณ์เวลานั้น "บราซิล" คือหนึ่งในทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์โลก รอบแรก อยู่ในกลุ่ม อี ที่มีทีมอย่าง สวิตซอร์แลนด์, คอสตาริก้า และ เซอร์เบีย ดูแล้วไม่ใช่งานยากของทีมแชมป์โลก 5 สมัย แต่ผลงานนัดที่หนึ่งกลับทำได้แค่เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1

 "เนย์มาร์" ที่แบกความกดดันในฐานะตัวความหวังไม่สามารถทำประตูได้ จนมาถึงเกมนัดที่ 2 พบ คอสตาริก้า แม้พยายามทุกทิศทุกทางแต่ บราซิล ไม่สามารถเจาะคู่แข่งได้ในช่วง 90 นาที จนล่วงมาถึงช่วงทดเวลา ฟิลิเป้ คูตินโญ่ ซัดประตูนาทีที่ 90+1 แต่สถานการณ์ยังล่อแหลมกระทั่ง "เนย์มาร์" ทำประตูที่ 2 ได้สำเร็จ 90+7 และกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาศูนย์หน้าบราซิล นอนแผ่หราร้องไห้โฮอยู่กลางสนาม 

 ไม่เพียงแค่แฟนฟุตบอลชาวไทย ติดแฮชแท็กตั้งคำถาม กองเชียร์ทั่วโลกต่างก็พูดถึงว่า แอคติ้งเกินจริงหรือเปล่า จนตัวเขาต้องโพสต์ในไอจีออกมายอมรับ

  "ผมร้องไห้เพราะความดีใจ และความพยายามที่จะคว้าชัยชนะ ในชีวิตผมไม่มีอะไรที่ง่าย"

  แต่หลังต่อไป "บราซิล" ก็เข้ารอบหลังเอาชนะ "เซอร์เบีย" นัดสุดท้าย 2-1 ส่วนบทสรุปสุดท้ายคือไปพ่าย "เบลเยี่ยม" 1-2 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ

 จะว่าไปแล้ว "น้ำตา" ของ "เนย์มาร์" ก็เกิดขึ้นหลายครั้ง และแต่ละครั้งนับเป็นจุดเปลี่ยนและประเด็นสำคัญ 

 ครั้งแรกในปี 2013 ในเกมอำลากับ "ซานโตส" ก่อนย้ายไปเล่นให้กับ "บาร์ซ่า" โดยในแมตช์สุดท้าย "เนย์มาร์" ลงช่วยทีมดวลในการพบ "ฟลาเมงโก้" หมดเวลาดาวเตะพรสวรรค์อยู่ท่ามการฝูงชนและร้องไห้ในสนาม ก่อนทำนบตาน้ำแตกอีกชุดใหญ่เมื่อต้องกล่าวอำลาเพื่อนร่วมทีมในห้องแต่งตัว

             

 ถัดมาในฟุตบอลโลก 2014 บราซิล เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ทีมของ "เนย์มาร์" เต็งแชมป์ต้องมาพบกับ "เยอรมัน" ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เกมนั้น "เนย์มาร์" หมดสิทธิ์ลงสนามเพราะได้รับเดี้ยงจากเกมพบ "โคลอมเบีย"

 ช่วงนั่งแถลงข่าวก่อนเกมจะเกิด "เนย์มาร์" กลับนั่งร้องไห้เมื่อถูกสื่อถามถึงอาการ

 "ถ้าผมโดนกระแทกสูงกว่านี้อีก 2 เซ็นติเมตร ผมคงต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ ขอโทษที่ผมร้องไห้"

 และผลการแข่งขันในเกมนั้นที่ไม่มี "เนย์มาร์" จบลงที่โดน เยอรมัน ถล่มคาบ้านไปถึง 1-7 ตกรอบอย่างเจ็บปวด

 ในปี 2016 ฤดูกาลสุดท้ายในสีเสื้อ "บาร์ซ่า" ความหวังเวลานั้นคือการคว้าแชมป์ยุโรปก่อนสมัยก่อนอำลา แต่ "บาร์ซ่า" กลับแพ้ "ม้าลายยูเวนตุส" ตกรอบก่องรองชนะเลิศ  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก "เนย์มาร์" ปล่อยโฮหลังเกมจนรุ่นพี่ทีมชาติอย่าง "ดานี่ อัลเวส" ของทีมคู่แข่ง ม้าลายยูเวนตุส ต้องมาสวมกอดปลอบใจ

 หมดเวลาลีก "เนย์มาร์" เข้ามารับใช้ชาติด้วยการเป็นกัปตันทีม ฟุตบอลโอลิมปิก "ริโอเกมส์" ในฐานะเต็ง 1 แต่ละเกมของ "บราซิล" ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ผ่านมาได้จนชิงเหรียญทอง

 โดยในนัดชิงชนะเลิศ.นัดตัดสินแชมป์คือเกมพบกับ "เยอรมัน" ทีมที่เขี่ย "บราซิล" ตกรอบฟุตบอลโลกคาบ้าน 1-7 "เนย์มาร์" แบกความกดดันด้วยความหวังคนทั้งชาติในการคว้าเหรียญทองและล้างอายไปพร้อมๆ กัน

 สุดท้าย "เนย์มาร์" เป็นผู้ตัดสินเกมในการยิงจุดโทษทำให้ "บราซิล" คว้าเหรียญทอง โดยที่ "เนย์มาร์" นั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่กลางสนามมาราคาน่า

 กระทั่งน้ำตานัดล่าสุด โดยก่อนนั้น "เนย์มาร์" เข้ามาสู่ชายคา "PSG" ด้วยเป้าหมายร่วมสร้างสโมสรให้ประสบความสำเร็จ และสูงสุดคือการเป็นแชมป์สโมสรยุโรป

 นับจากการเซ็นสัญญาเปิดตัวเมื่อ 3 สิงหาคม 2017 จอมลีลาจาก "เจ้าบุญทุ่ม" มาอยู่ชายคาสโมสรยอดทีมฝรั่งเศส ด้วยค่าตัวมโหราฬสูงสุดในโลกที่ 198 ล้านปอนด์ หรือราว 222 ล้านยูโร หรือประมาณ 8,880 ล้านบาท พร้อมรับค่าเหนื่อยตกฤดูกาลละ 37 ล้านยูโร 

 เป็นนักฟุตบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่ทิ้งอันดับ 2  อย่าง "ปอล ป็อกบา" ที่ย้ายจาก "ม้าลาย"ไป "แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด" 89 ล้านปอนด์ เกินกว่าเท่าตัว

 และนี่คือส่วนหนึ่งที่เป็นความกดดันที่โถมเข้าสู่ "เนย์มาร์"

 จากเหตุการณ์ทั้งหมด ล้วนให้เห็นว่า นักเตะมูลค่าสูงสุดในโลกเวลานี้มีชีวิตอยู่ในสภาวะ "กดดัน" และหากย้อนถึงชีวิตวัยเด็ก ยิ่งทำให้รู้และเข้าใจ "อารมณ์" ของนักเตะรายนี้มากขึ้น

  "เนย์มาร์" เกิดเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ ในปี 1992 ในภาพครอบครัวที่ยากจนจากพ่อที่เป็นอดีตนักฟุตบอลท้องถิ่น ในช่วงอายุ 4 เดือนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเนื่องจากอุบัติเหตุรถตกเขานั่งนั่งไปกับครอบครัวเพื่อเยี่ยมญาติ โชคดีที่นั่งอยู่เบาะทารกด้านหลังและชาวบ้านช่วยกันนำออกมาได้ทันท่วงที

 วัยเด็กเมื่อถึงเกณฑ์เข้าเรียน ต้องอ่านหนังสือภายใต้แสงเทียนกับพี่สาว เพราะที่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้

 กระทั่งค้นพบตัวเองว่ามีความสามารถในการเชิงฟุตบอลภายหลังเข้าไปร่วมเตะฟุตบอลกับเด็กร่วมรุ่นบนพื้นคอนกรีตที่เขาไว้เล่นบาสเก็ตบอล และพัฒนากลายเป็นเกมกีฬา "ฟุตซอล"

 ด้วยทักษะเกินวัยจึงมีโอกาสเข้าไปฝึกหัดกับ "ซาสโต้ส" สโมสรมีชื่อของบราซิล จนกลายเป็นดาวเตะสำคัญของทีม ก่อนถูกขายไปให้กับเจ้าบุญทุ่ม "บาร์ซ่า" สร้างความสำเร็จในช่วง 4 ปี ลงเล่น 123 นัดยิงไป 68 ประตู กระทั่ง "ปารีสฯ" ซื้อตัวเข้ามาด้วยมูลค่าเป็น Stats โลก

 ความหวังอันเรืองรองใน "ปารีส" คือนำทีมประสบความสำเร็จให้สูงสุด กระทั่งนำทีมสโมสรคว้าแชมป์ทุกถ้วยในประเทศ

 แต่มีรายการเดียวที่ "ปรารีสฯ" ไม่เคยไปถึงคือ "แชมป์ยุโรป" ในศึก UEFA แชมเปี้ยนส์ลีก

 การเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกของ "ปารีสฯ" ในการพบกับ "เสือใต้" บาร์เยิร์น มิวนิค คือบันไดขั้นสุดท้ายที่จะให้โลกจารึกชื่อทีมแชมป์หน้าใหม่
ufa1688

 สุดท้ายได้แค่ฝัน ทีมของ "เนย์มาร์" พ่ายไป 0-1 หมดเวลาจึงมีแต่น้ำตา

 เป็นน้ำตามูลค่าระดับ "พันล้าน" จากนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของโลก

ถูกกว่าเยอะ!5นักเตะแมนยูน่าซื้อถ้าวืดซานโช่

ufa1688 

เปิดชื่อ 5 นักเตะทางเลือกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ถ้าวืดคว้า เจดอน ซานโช่ หลังโดน ดอร์ทมุนด์ โก่งค่าตัวสุดๆ

   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเจองานหนักในการไล่ล่า เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพ หลัง "เสือเหลือง" ไม่ยอมลดค่าตัวที่ตั้งเอาไว้ที่ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,320 ล้านบาท)

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ "ปีศาจแดง" อยากได้ ซานโช่ เข้ามาเสริมแนวรุกอย่างมาก แต่ถ้าสุดท้ายต้องล้มเลิกแผนการล่ะก็ นี่เป็นอีก 5 ทางเลือกที่น่าสนใจ และมีค่าตัวถูกกว่ามาก 

    1. เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (ยูเวนตุส)

    แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมีข่าวพัวพันกับ แบร์นาร์เดสคี่ มาแล้ว หลัง ยูเวนตุส พร้อมส่งมาเป็นข้อเสนอในการยื่นซื้อ ปอล ป็อกบา แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ในฤดูกาล 2019/20 ปีกวัย 26 ปี ทำไป 1 ประตู จากการลงเล่น เซเรีย อา 29 นัด และแม้ความจี๊ดจ๊าดจะสู้ ซานโช่ ไม่ได้ แต่ก็มีค่าตัวอยู่ที่แค่ราว 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) เท่านั้น

    2. แร็บบี้ มาตอนโด้ (ชาลเก้ 04) 

    ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปี เคยเล่นให้ทีมเยาวชนของ แมนฯ ซิตี้ ก่อนย้ายไปอยู่กับ ชาลเก้ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2019 ด้วยค่าตัวราว 11 ล้านปอนด์ (ประมาณ 440 ล้านบาท) 

    มาตอนโด้ เล่นได้ทั้งปีกขวาและปีกซ้าย และมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 53 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,120 ล้านบาท) แต่เชื่อว่าถ้ามีการซื้อขายกันจริงๆ จะถูกกว่านี้อย่างแน่นอน

    3. เดวิด บรู๊คส์ (บอร์นมัธ) 

    ปีกทีมชาติเวลส์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ บอร์นมัธ ในฤดูกาล 2018/19 แต่ซีซั่นที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บหนักที่ข้อเท้า ส่งผลให้ได้โอกาสลงสนามไปแค่ 9 นัดเท่านั้น

    เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บอร์นมัธ เคยตั้งค่าตัว บรู๊คส์ ไว้ที่ 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) แต่เวลานี้คงลดไปเยอะ หลังต้นสังกัดร่วงตกชั้นไปแล้ว 

    4. เฟเดริโก้ เคียซ่า (ฟิออเรนติน่า)

    ปีกวัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้ ฟิออเรนติน่า และลงเล่นใน เซเรีย อา ไปกว่า 130 นัดแล้ว  รวมทั้งเคยมีข่าวว่า โซลชา ส่ง ไซม่อน เวลส์ แมวมองส่วนตัวตามไปดูฟอร์มถึงขอบสนาม 

    เชื่อว่า ฟิออเรนติน่า พร้อมปล่อย เฟเดริโก้ ซึ่งเป็นลูกชายของ เอ็นริโก้ เคียซ่า อดีตกองหน้าคนดัง ถ้าได้ค่าตัว 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) 

    5. คิงส์ลี่ย์ โกมัน (บาเยิร์น มิวนิค)

    โกมัน ปีกชาวฝรั่งเศส เพิ่งมีอายุแค่ 24 ปี แต่ฝีเท้ายอดเยี่ยม มีความเร็วซึ่งเข้ากับสไตล์การเล่นของ "ปีศาจแดง" 

    อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลหน้า โกมัน คงจะได้ลงเล่นกับ บาเยิร์น น้อยลง หลัง "เสือใต้" คว้า ลีรอย ซาเน่ มาจาก แมนฯ ซิตี้ ทำให้มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจขอยืมตัวมาใช้งานถ้าวืด ซานโช่

เอเยนต์โรโฮเผยแล้วอนาคตกับแมนยูหลังจบซีซั่น

โจนาธาน บาร์เน็ตต์  Agent ฟุตบอลรายหนึ่ง ออกมาบอกเองว่า มาร์กอส โรโฮ อาจจะต้องย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หลังจบซีซั่นนี้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะกลับไปเล่นที่บ้านเกิดรึเปล่า
    โจนาธาน บาร์เน็ตต์  Agent ของ มาร์กอส โรโฮ กองหลังชาวอาร์เจนไตน์ของ Manchester United สโมสรดังแห่งเวที  Premier League  เมืองผู้ดี ยอมรับว่านักเตะในความดูแลของตนอาจจะจำต้องย้ายทีมหลังจบฤดูกาลนี้

    โรโฮ ไม่ได้เป็นตัวเลือกลำดับแรกๆ ของ ปีศาจแดง มาพักใหญ่แล้ว และจริงแล้วเมื่อช่วงระยะเดือนมกราคมที่ผ่านมาเขาก็โดนปล่อยไปเล่นกับ เอสตูเดียนเตส ทีมในลีกอาร์เจนตินาด้วยสัญญายืมตัว แต่ท้ายที่สุดเขาก็ได้ลงเล่นให้ทีมดังกล่าวไปเพียง 1 นัด หลังจากที่ตัวเขาโดนอาการเดี้ยงเล่นงาน ส่วนลีกฟุตบอลอาร์เจนตินาประจำฤดูกาลล่าสุดก็โดนสั่งยกเลิกการแข่งขันจากปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

บาร์เน็ตต์ กล่าวว่า "ผมไม่สามารถให้ความเห็นได้หรอกว่า (กุนซือ ปีศาจแดง โอเล่ กุนนาร์) โซลชา คิดอะไรอยู่ แต่ผมคิดว่ามันแน่นอนอยู่แล้วว่าในกรณีของ โรโฮ นั้น มันดูมีความเป็นไปได้สูงกว่าที่เขาจะต้องย้ายไปอยู่กับทีมอื่น"

    พอโดนถามว่า โรโฮ อาจย้ายไปอยู่กับทีมใดทีมหนึ่งในอาร์เจนตินาแบบถาวรหรือไม่นั้น บาร์เน็ตต์ ก็กล่าวว่าตนยังไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นอย่างนั้นรึเปล่า "ผมยังไม่รู้ถึงเรื่องนั้นเหมือนกัน ผมเองก็ไม่มั่นใจในเรื่องดังกล่าวเท่าไหร่นัก"

    สำหรับ โรโฮ นั้น เหลือสัญญากับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จนถึงช่วงฤดูร้อน ปีหน้า และมันก็มีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญากัน 1 ปีด้วย แต่อ็อปชั่นที่ว่าไม่ได้หมายความว่ามันจำเป็นจะต้องมีผลเสมอไป อย่างกรณีของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่เคยมีอ็อปชั่นแบบนั้นกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีผล เนื่องจากเงื่อนไขบางอย่างมันไม่เป็นไปตามที่ระบุเอาไว้ในสัญญา

10 นักเตะที่ดีที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

รามักจะเคยได้ยินประโยค “ทีมที่ไม่มีประวัติศาสตร์ให้พูดถึง” เป็นคำพูดที่ค่อนขอดถึงสโมสร Manchester City  อยู่บ่อยครั้ง

นับตั้งแต่ยุค 1960 พวกเขาไม่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว จนกระทั่ง ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน เดินเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร ทีมเรือใบสีฟ้าก็ได้ครอบครองไปแล้ว 4 สมัย โดยเฉพาะในยุคของ เป๊ป กวาดิโอล่า ที่กวาดแชมป์ในประเทศเป็นว่าเล่น และยังได้จารึกชื่อเป็นทีมแรกใน Premier League ที่เก็บได้ถึง 100 คะแนน

โดยขณะนี้ต้องยอมรับว่า “The Blues” ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมที่น่ากลัวที่สุดในเวทียุโรป บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ 10 นักเตะที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดของพวกเขากัน…

ปาโบล ซาบาเลต้า(Pablo Zabaleta)

มีช่วงที่ ซาบาเลต้า ต้องตกเป็นเป็นตัวสำรองอยู่บ่อยครั้ง จากผลงานของ ไมกาห์ ริชาร์ดส์ ที่แรงขึ้นมา ยังไงก็ตามในยุคของกุนซือ โรแบร์โต้ มันชินี่ เขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นจนยึดตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงเอาไว้ได้ จนได้มีชื่อติดเป็นผู้เล่นแห่งปีของ PFA ฤดูกาล2012/13, เขาได้รับการยอมรับในเรื่องฝีเท้า และเล่นให้กับเรือใบสีฟ้า อยู่นานหลายปี

แข้งชาวอาร์เจนติน่า คว้าแชมป์ได้ถึง 5 รางวัลในช่วงที่ค้าแข้งให้กับ ซิตี้ และประตูที่เขายิงใส่ ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส ก่อนที่ทีมจะพลิกมาเก็บชัยชนะ 3-2 ได้ในเกมนั้น ทำให้ ซิตี้ คว้าแชมป์ Premier League ได้เป็นครั้งแรกในปี 2012 ยังคงอยู่ในความทรงจำของเหล่าสาวกเดอะ ซิตี้เซน ตลอดไป

เควิน เดอ บรอยน์(Kevin de Bruyne)

หากวันนั้นฟอร์มของ เควิน เดอ บรอยน์ เข้าฝัก เขาจะกลายเป็นดาวเตะที่ดีที่สุดใน Premier League อย่างไม่ต้องสงสัย ผลงานของเขาในช่วงครึ่งเวลาแรกในเกมที่เจอกับ ไอ้ปืนใหญ่ เมื่อช่วงระยะเดือนมกราคม(2020)ที่ผ่านมาคือข้อพิสูจน์พรสวรรค์ที่มีอยู่ล้นเหลือในตัวเขา

เขาเติบโตมาราวกับกินลูกฟุตบอลเข้าไปเป็นอาหาร หากเปิดช่องว่างให้ในระยะ 30 หลา ลูกฟุตบอลจะพุ่งเข้าหาก้นตาข่ายในทันที เหมือนกันกับความมหัศจรรย์เรื่องการผ่านบอลไม่ว่าจะทะลุช่อง หรือจ่ายออกด้านข้าง เขาสามารถทำได้อย่างสุดยอดทั้งหมด เขาคือนักเตะที่สมบูรณ์แบบในตำแหน่งมิดฟิลด์

ถ้าหากขาด เดอ บรอยน์ 100 คะแนนของ ซิตี้ คงเป็นแค่ความฝัน, ซิตี้ คงไม่อาจหยุดยั้ง หงส์แดง ได้ในฤดูกาล 2018/19 และ ซิตี้ คงไม่เป็น ซิตี้ ดั่งเช่นเวลานี้

เบิร์ต เทราต์แมนน์(Bert Trautmann)

เบิร์ต เทราต์แมนน์ เป็นเชลยสงครามที่โดนปล่อยตัวมาจากค่ายที่เมืองแลงคาเชียร์ เขาเอาชนะความเกลียดชังของสาวกที่มีต่อเขาได้ด้วยการโชว์ผลงานการเซฟประตูอันน่าเหลือเชื่อ

545 นัด คือจำนวนการลงสนามทั้งหมดให้กับทีมเรือใบสีฟ้า, เทราต์แมนน์ ได้รับการยอมรับเรื่องเชื้อชาติจากสาวกซิตี้ และไม่โดนเรียกว่า “ไอ้นาซี” หลังจากได้เห็นความทุ่มเท และความกล้าหาญที่อยากปกป้องประตูของโกลชาวเยอรมันรายนี้

ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพ ปี 1956  Manchester City  ต้องลงดวลแข้งกับ เบอร์มิ่งแฮมป์ ซิตี้ ซึ่ง ซิตี้ เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 3-1, เกมนั้น เทราต์แมนน์ ได้รับเดี้ยงหนักบริเวณคอ แต่เขาก็ยืนอยู่ในสนามครบหนึ่งชัวโมงครึ่ง และช่วยทีมปกป้องประตูเหมือนอย่างที่เขาทำมาตลอด 15 ปี กับ  Manchester City 

ไมค์ ฤดูร้อนบี(Mike Summerbee)

เขาลงสนาม 452 เกมให้กับทัพเรือใบสีฟ้าในตำแหน่งปีกซ้าย, ไมค์ ฤดูร้อนบี นำทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ, ยูโรเปี้ยน คัพ, วินเนอร์ คัพ และ ดิวิชั่น 2 

ในช่วงทศววษนั้นกองเชียร์เมืองผู้ดี และสาวกซิตี้ รวมไปถึงบรรดาเพื่อนร่วมสโมสรของเขา ต่างเชิดชูให้ ฤดูร้อนบี เป็นนักฟุตบอลไอค่อนในช่วงปลายยุค 60s หลังจากเขาพาสโมสรคว้า 4 ถ้วยรางวัลใหญ่ ในเวลาแค่ 3 ฤดูกาลเท่านั้น

คอลลิน เบล(Colin Bell)

เจ้าของฉายา ‘ราชาแห่งคิปแท็กซ์‘ ลงเล่นให้กับ Manchester City  นานถึง 13ปี เขาเป็นที่ชื่นชอบในหมู่แฟนๆของทีมชาติเมืองผู้ดี รวมถึงสาวกซิตี้

คอลลิน เบล เล่นอยู่ในยุคที่เรือใบสีฟ้ายิ่งใหญ่ ร่วมกับ ไมค์ ฤดูร้อนบี โดยทั้งคู่ได้รับการเชิดชูว่าเป็น 2 ผู้เล่นของ Manchester City  ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 20

ยาย่า ตูเร่ (Yaya Toure)

นักเตะคนบางส่วนเกิดมาเพื่อที่จะยิ่งใหญ่ ยาย่า ตูเร่ ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น

เขาเขียนชื่อให้สาวกซิตี้ได้รู้จักด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการยิงประตูชัยส่งให้เรือใบสีฟ้า จบลงการรอคอยอันยาวนานกว่า 35 ปี คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้ในปี 2011

1 ปีต่อมา ดาวเตะชาวไอวอรี่โคสต์ก็พาเดอะ บลูส์ คว้าแชมป์ Premier League ครั้งแรกของสโมสรได้สำเร็จ และในปี 2013/14 ซิตี้ก็มาคว้าแชมป์ Premier League ครั้งที่ 2ได้ ฟอร์มการเล่นสุดโหดในปีนั้น ตูเร่ จัดการสังหารไปถึง 20 ประตูทั้งๆที่เขาเล่นในตำแหน่งห้องเครื่องแดนกลาง และเขายังสร้างโมเม้นให้เป็นที่กองเชียร์ได้จดจำอีกมากมาย

เอริค บรู๊ค (Eric Brook)

เอริค บรู๊ค คือดาวซัลโวตลอดกาลของ Manchester City  มาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะโดน เซร์คิโอ อเกวโร่ มาแย่งตำแหน่งไป, เขาเล่นอยู่กับ ซิตี้ ในช่วงยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

ปีกซ้ายสัญชาติ England  ยิงไป 177 ประตูจากการลงสนาม 494 นัดให้กับซิตี้, เขานำทีมเป็นแชมป์เอฟเอ คัพ และแชมป์ลีก ฟันธงว่าเขาโดนยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะระดับตำนานของ Manchester City  และทีมชาติเมืองผู้ดี

แว็งซ็องต์ ก็อมปานี (Vincent Kompany)

จำประตูที่ แว็งซ็องต์ ก็อมปานี ซัดใส่ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมปี2018 กันได้ไหม? ถ้ามีคนมากล่าวว่าลูกยิงนั้นโดนเขียนสคริปต์เอาไว้ก็ไม่แปลก, แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆไม่มีใครเขียนเอาไว้.

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นมันลงล็อคไปหมดทุกเรื่อง, มันช่างสมบูณร์แบบ, เขาเป็นกัปตันทีมที่ต้องต่อสู้กับอาการเดี้ยงมาตลอดเพื่อจะกลับมาลงสนามกับทีมให้ได้ และเกมนั้นเข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ซิตี้ ต้องการฮีโร่ซักคนมาช่วยทีม

หลังจาก ก็อมปานี ตัดสินใจลองส่องไกลลูกนั้น ชะตากรรมของแชมป์พรีเมียลีกปีนั้นก็เปลี่ยนทันที และนี่เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่กัปตันทีมเรือใบมอบให้กับสาวกในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ก่อนที่เขาจะตัดสินใจย้ายกลับไปค้าแข้งกับอันเดอร์เลชท์ ที่ประเทศบ้านเกิด

หนึ่งในกองหลังที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในยุคใหม่ ช่วยให้ เรือใบสีฟ้า กวาดถ้วยรางวัลระดับเมเจอร์ไปกว่า 10 รายการในยุคของเขา

ดาบิด ซิลบา(David Silva)

“พ่อมด” คือฉายาที่สาวกในฟรีเมียร์ลีกใช้เรียกเขา ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ดาบิด ซิลบา สร้างสรรค์การเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมายตลอด 10 ฤดูกาลที่เขาลงเล่นให้กับ ซิตี้ เวทมนต์ของเขาพาทัพเรือใบ เก็บชัยชนะได้นับไม่ถ้วน จนกลายมาเป็นสโมสรยอดทีมในยุคทุกวันนี้

ซิลบา ทำไปทั้งหมด 57 ประตู กับ 90 แอสซิสต์ ตลอด 300กว่าเกมที่เขาค้าแข้งอยู่ในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งสัญญาของเขากำลังจะหมดลงในเดือนพฤษภาคมนี้(2020) ฟันธงว่าเขาอยากจะกลับไปใช้ช่วงสุดท้ายของชีวิตนักฟุตบอลที่ประเทศบ้านเกิด แต่ถึงยังไงชื่อของ ดาบิด ซิลบา จะยังคงอยู่ในความทรงจำของเหล่าเดอะ บลูส์ ตลอดไป

เซร์คิโอ อเกวโร่(Sergio Aguero)

อเกวโร่ เป็นผู้สร้างสรรค์หนึ่งในช่วงเวลาที่เป็นประวัติศาสตร์ของ เรือใบสีฟ้า

เกมสุดท้ายของ Premier League ฤดูกาล 2011/12 ซิตี้ ต้องเปิดบ้านเจอกับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส พวกเขาต้องการ 3 คะแนนเท่านั้น เพื่อปลดล็อคการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดที่รอคอยมายาวนาน 44 ปี, แต่เมื่อนาฬิกา้กมการแข่งขันเดินทางมาถึงนาทีที่ 90  เรือฝบสีฟ้า กำลังกลับตามหลังผู้มาเยือนอยู่ 1-2 ยังไงก็ตามสุดท้ายเหล่านักเตะของเรือใบสีฟ้า ก็ใช้เวลาเพียง 4 นาทียิง 2 ประตูแซงกลับมาชนะได้แบบสุดดราม่า

ประตูที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 4 ของช่วงทดเวลาเดี้ยงเกมนั้น เป็นประตูที่ 30 พอดิบพอดีจาก 252 ประตูที่เขาทำให้กับ ซิตี้

เขานำทีมคว้าแชมป์ Premier League ได้ 4 สมัย, เป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งบนเส้นทางการค้าแข้งของ อเกวโร่ ที่หล่อหลอมให้เขากลายมาเป็นนักฟุตบอลระดับตำนานของสโมสร Manchester City  และปฎิเสธไม่ได้ว่ากองหน้าชาวอาร์เจนติน่าคนนี้เป็นหนึ่งในนักเตะต่างชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดการของเวที Premier League 

ดาวยิงเลือดนักสู้ ตีมู ปุ๊กกี้

ตีมู ปุ๊กกี้ ศูนย์หน้าทีมชาติฟินแลนด์ของ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ ทีมแห่งศึก Premier League  เมืองผู้ดี อธิบายว่า การเปลี่ยนความคิดในช่วงเวลาที่ค้าแข้งอยู่ในเดนมาร์กกับ บรอนด์บี้ ทีมดังแห่งลีกโคนม ช่วยให้เขาได้ย้ายมาเล่นฟุตบอลที่ดีที่สุดในอาชีพของตัวเองที่ถิ่นแคร์โรว โร้ด อย่างที่เป็นทุกวันนี้

ชีวิตที่บ้านของ ปุ๊กกี้ นั้น เป็นสิ่งที่แตกต่างจากในสนามอย่างสิ้นเชิง เขามีคุณแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด และติดตามไปด้วยทุกที่ไม่ว่าจะเป็นที่ เซบีญ่า ในสเปน, ชาลเก้ 04 ในเยอรมัน, กลาวส์โกว เซลติก ในสก็อตแลนด์ และล่าสุดกับ นอริช ในเมืองผู้ดี

หัวหอกทีมชาติฟินแลนด์ เริ่มเล่าด้วยรอยยิ้มว่า “ผมคุ้นเคยในการทำสิ่งต่าง ๆด้วยตัวเองมากขึ้นแล้วในขณะนี้ และผมมีภรรยาแล้ว ผมแก่กว่าเธอนิดหน่อย”

ขณะนี้ ปุ๊กกี้ ก็เป็นคุณพ่อแล้วเช่นกัน โดยปกติแล้วชีวิตเขาจะวนเวียนอยู่กับสนามฝึกซ้อม และแข่งขันฟุตบอล ซึ่งก่อนที่จะกลับมาฝึกซ้อมกับ นอริช หลังได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเมืองผู้ดีในการผ่อนปรนกิจกรรมต่างๆในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น ดาวเตะวัย 30 ปี ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน และเตะบอลกับสุนัขที่เขาเลี้ยงไว้

ปุ๊กกี้ เล่าว่า “นั่นเป็นเพียงการสัมผัสบอลที่ผมทำได้ในช่วงกักตัว ผมเล่นฟุตบอลกับสุนัขของผมในสวนหลังบ้าน ผมต้องการที่จะสัมผัสบอลบ้างในช่วงพักเบรค”

ยังไงก็ตาม สาวก นอริช ก็ไม่ต้องกังวลในการร้างสนามชั่วคราวของ ปุ๊กกี้ ซึ่งเป็นกองหน้าคนสำคัญของพวกเขา เนื่องจาก ศูนย์หน้าชาวฟินแลนด์ กำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพ และยกระดับการเล่นของตัวเองเป็นอย่างมากในสนาม

อดีตดาวรุ่งฝีเท้าดี
ปุ๊กกี้ เป็นดาวเตะมากพรสวรรค์ตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเปิดตัวกับทีมชาติฟินแลนด์ชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง  18 ปี เท่านั้น ด้วยการถูกเปลี่ยนลงเป็นตัวสำรองแทนที่ของ ยารี่ ลิตมาเน่น ตำนานเพลย์เมคเกอร์รุ่นพี่ ซึ่งเป็นไอดอลของตัวเอง

ปุ๊กกี้ เริ่มค้าแข้งกับ เคทีพี ค็อตก้า ในบ้านเกิด เมื่อปี 2006 ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ เซบีญ่า ในปี 2008 แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก ต่อไป เขาจึงเลือกย้ายกลับมาเล่นในฟินแลนด์อีกครั้งกับ เอชเจเค เฮลซิงกิ เป็นเวลา 1 ปี และเซ็นสัญญากับ ชาลเก้ เมื่อปี 2011

ตลอดระยเวลา 2 ปี กับ ชาลเก้ นั้น ปุ๊กกี้ ก็แทบไม่มีโอกาสลงสนามมากนัก นั่นทำให้เขาต้องชีพจรลงเท้าอีกครั้งด้วยการย้ายไปยัง เซลติก แต่ตัวเขาก็แทบสอดแทรกในทีมตัวจริงของ “ม้าลายเขียวขาว” ไม่ได้เลย จึงต้องย้ายไปยัง บรอนด์บี้ ในเดนมาร์ก ด้วยสัญญายืมตัวปี 2014 ก่อนจะเซ็นสัญญาเป็นการถาวรในปีต่อมา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับฟุตบอล

อดีตเด็กปั้น เคทีพี ค็อตก้า กล่าวต่อว่า “เราได้โค้ชคนใหม่หลังจากผมไปเล่นที่ บรอนด์บี้ เป็นเวลา 2 ซีซั่น เขาเป็นชาวเยอรมัน เขาทำให้ทีมเราแข็งแกร่ง และเฉียบขาด รวมถึงเปลี่ยนความคิดของเราเกี่ยวกับฟุตบอล นั่นช่วยผมได้มากจริงๆ”

เปลี่ยนทัศนคติ
อเล็กซานเดอร์ ซอร์นิเกอร์ คือ กุนซือชาวเยอรมันที่ ปุ๊กกี้ กล่าวถึง โดยโค้ชวัย 52 ปี เป็นคนเปลี่ยนแนวคิดให้ ศูนย์หน้าฟินแลนด์ มีความรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองมากขึ้นในสนามไม่ว่าจะเป็นเกรุก-เกมรับ พร้อมกับให้โอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอตามที่ต้องการ

ยังไงก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนความคิดของ ปุ๊กกี้ ไม่ใช่มีแต่เรื่องในสนามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากที่เขาได้แต่งานกับภรรยา และมีลูกตัวน้อยพร้อมกัน ทัศนคิตของ ศูนย์หน้า “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” ก็เปลี่ยนไป

ปุ๊กกี้ อธิบ่ายว่า “ผมได้พบกับภรรยาของผมในช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่ บรอนด์บี้ และเราก็มีลูกด้วย สิ่งเหล่านั้นช่วยให้ผมเติบโตขึ้นในฐานะคนๆหนึ่ง และในฐานะนักฟุตบอล เพราะมันกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับผมที่จะมุ่งมั่นกับฟุตบอลเมื่อฟุตบอลไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป”

“เมื่อคุณมีลูกตัวน้อย คุณก็เห็นได้ชัดว่า ลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ซึ่งนั่นช่วยลดความกดดันจากฟุตบอลได้มาก ผมคิดว่าสำหรับคนอื่น ๆ พวกเขาอาจต้องมีฟุตบอลเป็นแรงจูงใจเริ่มต้น แต่สำหรับผมมันเป็นวิธีคิดที่แตกต่างออกไป ผมคิดว่ามันเหมาะกับผมอย่างมากเมื่อฟุตบอลไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมเป็นผู้เล่นที่ดีขึ้น”

“ดังนั้น มันจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจเป็นโดยมาก ผมมี 4 ปีที่ดีกับ บรอนด์บี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 ปี สุดท้ายนั้นยอดเยี่ยมมาก และต่อไปผมก็เตรียมพร้อมจะเล่นในระดับที่สูงขึ้น มันช่วยให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก และผมก็พร้อมที่จะมาเล่น England  และแสดงให้เห็นว่าผมเป็นยังไงในการเล่นในระดับที่สูงขึ้น”

ย้ายมาเล่นในเมืองผู้ดี
ปุ๊กกี้ ซัดไปถึง 29 ประตูให้กับ นอริช ในปีแรกที่ย้ายมาร่วมทีม พร้อมกับนำทีมเลื่อนชั้นจากศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ขึ้นมาเล่นใน Premier League ได้สำเร็จ ยังไงก็ตาม หลายคนก็ยังสงสัยว่า อดีตศูนย์หน้า เซลติก จะปรับตัวในการเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้หรือไม่

“มันยากที่จะรู้ว่า มันจะไปยังไงเมื่อคุณดูฟุตบอล Premier League แต่ในทีวีเท่านั้น แต่เมื่อคุณสัมผัสกับมันคุณจะรู้สึกเลยว่า มันเป็นการแข่งขันที่ยากลำบากจริงๆ มีคนที่บอกผมว่า มันจะยากขึ้น และมันก็ยากขึ้นอย่างที่พวเขาพูดจริงๆ” ปุ๊กกี้ เปิดใจ

ยังไงก็ตาม ปุ๊กกี้ พิสูจน์ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เขายิงประตูแรกใน Premier League ให้กับ นอริช ได้ในเกมนัดเปิดฤดูกาลกับ หงส์แดง ที่สนามแอนฟิลด์ ต่อไป เขาซัดไปอีก 1 ประตู ใส่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ของเกมนัดที่หนึ่งในถิ่นแคร์โรว โร้ด

หัวหอกชาวฟินแลนด์ ยังคงสร้างความประทับใจได้อย่างไม่หยุดด้วยการซัดประตูใส่ทีมยักษ์ใหญ่อย่างสิงห์สำอางพร้อมกับทะลวงตาข่าย  Manchester City  ทีมแชมป์เก่า และพา “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” เปิดบ้านเอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” 3-2 ในเกมลีกเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว    

“มันบ้ามาก ผมไม่เชื่อว่า ผลงานของตัวเองมันจะไปได้ด้วยดี มันเพิ่มความมั่นใจให้กับผมว่า ผมทำได้ในการเล่นฟุตบอลระดับนี้ และนั่นช่วยผมได้มาก ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผม แต่ผมก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นกันในฤดูกาลนี้ และนั่นคือ สิ่งที่ผมต้องปรับปรุง ผมต้องทำให้ระดับการเล่นของผมดีขึ้น”

“เมื่อปีที่แล้วในการแข่งขันศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ผมจะรู้ว่า ตัวเองจะมีโอกาสลุ้นประตูอยู่เสมอ ดังนั้น มันจึงง่าย แต่ใน Premier League มันมีโอกาสเพียง 1-2 ครั้งต่อเกม ดังนั้น คุณต้องทำให้ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ผมต้องปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้น” สไตเกอร์ นอริช กล่าว

ขณะเดียวกัน ปุ๊กกี้ แสดงความคิดเห็นว่า เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ของ หงส์แดง เป็นแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดใน Premier League ที่ตัวเองเคยเผชิญหน้าในสนาม ซึ่งทั้งคู่เคยเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมกับที่ เซลติก

ปุ๊กกี้ กล่าวว่า “ผมรู้จักเขาที่ เซลติก และเขาเริ่มดีขึ้นทุกๆวัน แต่ Premier League มันเป็นไปได้ด้วยคุณภาพ มันเป็นระดับที่แตกต่างออกไป เราได้เห็นทีมต่างๆแปรเปลี่ยนโอกาสเล็กน้อยให้เป็นประตูในฤดูกาลนี้ แม้มันจะมีจังหวะเพียงนิดเดียวก็ตาม สำหรับ หงส์แดง พวกเขาทำประตูได้สูงกว่าที่เคยทำในปีที่แล้ว มันไม่น่าแปลกใจเลย เพราะพวกเขามีผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกอยู่ในทีม”

นอกจากนี้ ปุ๊กกี้ ยังแสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ของ นอริช ซึ่งอยู่ห่างโซนปลอดภัย 6 คะแนน และเหลือการแข่งขันในฤดูกาลนี้อีกเพียง 9 เกมว่า “แผนของคือ เราจะใส่เต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อกลับมาแข่งขันอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่เรามุ่งเน้น และนั่นคือทั้งหมดที่เราทำได้”

“ผมคิดว่า ราสามารถทำได้ เราต้องเริ่มเก็บคะแนนจากเกมแรกเพื่อลดช่องว่าง และในที่สุดก็จะไต่อันดับขึ้นมาได้ ผมคิดว่า การหยุดพักอาจจะดีสำหรับผม ผมเล่นมาหลายเกมโดยที่ไม่ได้พัก ดังนั้น ผมจึงต้องการหยุดพักบ้าง ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาฝึกซ้อมกับลูกบอลในขณะนี้”

ประสบความสำเร็จกับฟินแลนด์
สำหรับ ปุ๊กกี้ นี่น่าจะเป็นฤดูร้อนที่เขาต้องจดจำไว้ เนื่องจาก ฟินแลนด์ ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศ และมันจะเป็นการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่

หัวหอก นอริช กล่าว่า “คนฟินแลนด์ต้องการตั๋วไปดูฟุตบอลยูโรมาก ดังนั้น จะมีคนฟินแลนด์จำนวนมากเดินทางไปที่นั่นเพื่อสัมผัสบรรยากาศของฟุตบอลยูโร เพราะในที่สุดเราก็ได้ไปเล่นที่นั่นแล้ว และหลายคนต้องเปลี่ยนแผนการของครอบครัว ซึ่งรวมผมด้วย”

“ มันเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่สำหรับชาวฟินแลนด์ทุกคนที่จะได้มีส่วนร่วมกับฟุตบอลยูโร ขณะนี้เราทำได้แล้ว แต่การแข่งขันต้องถูกเลื่อนออกไป มั่นใจว่า มันสำคัญมากที่เราจะกลับมาด้วยการมีสมาธิ และแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งพัฒนาการเล่นของเรา”

“มันเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับผมที่จะได้เล่นศึกยูโร ผมเชื่อว่าผมจะยังคงทำได้ดีขึ้นในปีนี้ ผมต้องโชว์ฟอร์มให้สม่ำเสมอมากขึ้น และใช้โอกาสของผมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ผมต้องการใช้เวลานี้สำหรับเตรียมความพร้อมของตัวเอง ก่อนที่ฟุตบอลยูโรกลับมาแข่งขัน” ปุ๊กกี้ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น

ตีมู ปุ๊กกี้ ศูนย์หน้าทีมชาติฟินแลนด์ของ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ ทีมแห่งศึก Premier League  เมืองผู้ดี อธิบายว่า การเปลี่ยนความคิดในช่วงเวลาที่ค้าแข้งอยู่ในเดนมาร์กกับ บรอนด์บี้ ทีมดังแห่งลีกโคนม ช่วยให้เขาได้ย้ายมาเล่นฟุตบอลที่ดีที่สุดในอาชีพของตัวเองที่ถิ่นแคร์โรว โร้ด อย่างที่เป็นทุกวันนี้

ชีวิตที่บ้านของ ปุ๊กกี้ นั้น เป็นสิ่งที่แตกต่างจากในสนามอย่างสิ้นเชิง เขามีคุณแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด และติดตามไปด้วยทุกที่ไม่ว่าจะเป็นที่ เซบีญ่า ในสเปน, ชาลเก้ 04 ในเยอรมัน, กลาวส์โกว เซลติก ในสก็อตแลนด์ และล่าสุดกับ นอริช ในเมืองผู้ดี

หัวหอกทีมชาติฟินแลนด์ เริ่มเล่าด้วยรอยยิ้มว่า “ผมคุ้นเคยในการทำสิ่งต่าง ๆด้วยตัวเองมากขึ้นแล้วในขณะนี้ และผมมีภรรยาแล้ว ผมแก่กว่าเธอนิดหน่อย”

ขณะนี้ ปุ๊กกี้ ก็เป็นคุณพ่อแล้วเช่นกัน โดยปกติแล้วชีวิตเขาจะวนเวียนอยู่กับสนามฝึกซ้อม และแข่งขันฟุตบอล ซึ่งก่อนที่จะกลับมาฝึกซ้อมกับ นอริช หลังได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเมืองผู้ดีในการผ่อนปรนกิจกรรมต่างๆในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น ดาวเตะวัย 30 ปี ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน และเตะบอลกับสุนัขที่เขาเลี้ยงไว้

ปุ๊กกี้ เล่าว่า “นั่นเป็นเพียงการสัมผัสบอลที่ผมทำได้ในช่วงกักตัว ผมเล่นฟุตบอลกับสุนัขของผมในสวนหลังบ้าน ผมต้องการที่จะสัมผัสบอลบ้างในช่วงพักเบรค”

ยังไงก็ตาม สาวก นอริช ก็ไม่ต้องกังวลในการร้างสนามชั่วคราวของ ปุ๊กกี้ ซึ่งเป็นกองหน้าคนสำคัญของพวกเขา เนื่องจาก ศูนย์หน้าชาวฟินแลนด์ กำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพ และยกระดับการเล่นของตัวเองเป็นอย่างมากในสนาม

อดีตดาวรุ่งฝีเท้าดี
ปุ๊กกี้ เป็นดาวเตะมากพรสวรรค์ตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเปิดตัวกับทีมชาติฟินแลนด์ชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง  18 ปี เท่านั้น ด้วยการถูกเปลี่ยนลงเป็นตัวสำรองแทนที่ของ ยารี่ ลิตมาเน่น ตำนานเพลย์เมคเกอร์รุ่นพี่ ซึ่งเป็นไอดอลของตัวเอง

ปุ๊กกี้ เริ่มค้าแข้งกับ เคทีพี ค็อตก้า ในบ้านเกิด เมื่อปี 2006 ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ เซบีญ่า ในปี 2008 แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก ต่อไป เขาจึงเลือกย้ายกลับมาเล่นในฟินแลนด์อีกครั้งกับ เอชเจเค เฮลซิงกิ เป็นเวลา 1 ปี และเซ็นสัญญากับ ชาลเก้ เมื่อปี 2011

ตลอดระยเวลา 2 ปี กับ ชาลเก้ นั้น ปุ๊กกี้ ก็แทบไม่มีโอกาสลงสนามมากนัก นั่นทำให้เขาต้องชีพจรลงเท้าอีกครั้งด้วยการย้ายไปยัง เซลติก แต่ตัวเขาก็แทบสอดแทรกในทีมตัวจริงของ “ม้าลายเขียวขาว” ไม่ได้เลย จึงต้องย้ายไปยัง บรอนด์บี้ ในเดนมาร์ก ด้วยสัญญายืมตัวปี 2014 ก่อนจะเซ็นสัญญาเป็นการถาวรในปีต่อมา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับฟุตบอล

อดีตเด็กปั้น เคทีพี ค็อตก้า กล่าวต่อว่า “เราได้โค้ชคนใหม่หลังจากผมไปเล่นที่ บรอนด์บี้ เป็นเวลา 2 ซีซั่น เขาเป็นชาวเยอรมัน เขาทำให้ทีมเราแข็งแกร่ง และเฉียบขาด รวมถึงเปลี่ยนความคิดของเราเกี่ยวกับฟุตบอล นั่นช่วยผมได้มากจริงๆ”

เปลี่ยนทัศนคติ
อเล็กซานเดอร์ ซอร์นิเกอร์ คือ กุนซือชาวเยอรมันที่ ปุ๊กกี้ กล่าวถึง โดยโค้ชวัย 52 ปี เป็นคนเปลี่ยนแนวคิดให้ ศูนย์หน้าฟินแลนด์ มีความรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองมากขึ้นในสนามไม่ว่าจะเป็นเกรุก-เกมรับ พร้อมกับให้โอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอตามที่ต้องการ

ยังไงก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนความคิดของ ปุ๊กกี้ ไม่ใช่มีแต่เรื่องในสนามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากที่เขาได้แต่งานกับภรรยา และมีลูกตัวน้อยพร้อมกัน ทัศนคิตของ ศูนย์หน้า “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” ก็เปลี่ยนไป

ปุ๊กกี้ อธิบ่ายว่า “ผมได้พบกับภรรยาของผมในช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่ บรอนด์บี้ และเราก็มีลูกด้วย สิ่งเหล่านั้นช่วยให้ผมเติบโตขึ้นในฐานะคนๆหนึ่ง และในฐานะนักฟุตบอล เพราะมันกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับผมที่จะมุ่งมั่นกับฟุตบอลเมื่อฟุตบอลไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป”

“เมื่อคุณมีลูกตัวน้อย คุณก็เห็นได้ชัดว่า ลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ซึ่งนั่นช่วยลดความกดดันจากฟุตบอลได้มาก ผมคิดว่าสำหรับคนอื่น ๆ พวกเขาอาจต้องมีฟุตบอลเป็นแรงจูงใจเริ่มต้น แต่สำหรับผมมันเป็นวิธีคิดที่แตกต่างออกไป ผมคิดว่ามันเหมาะกับผมอย่างมากเมื่อฟุตบอลไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมเป็นผู้เล่นที่ดีขึ้น”

“ดังนั้น มันจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจเป็นโดยมาก ผมมี 4 ปีที่ดีกับ บรอนด์บี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 ปี สุดท้ายนั้นยอดเยี่ยมมาก และต่อไปผมก็เตรียมพร้อมจะเล่นในระดับที่สูงขึ้น มันช่วยให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก และผมก็พร้อมที่จะมาเล่น England  และแสดงให้เห็นว่าผมเป็นยังไงในการเล่นในระดับที่สูงขึ้น”

ย้ายมาเล่นในเมืองผู้ดี
ปุ๊กกี้ ซัดไปถึง 29 ประตูให้กับ นอริช ในปีแรกที่ย้ายมาร่วมทีม พร้อมกับนำทีมเลื่อนชั้นจากศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ขึ้นมาเล่นใน Premier League ได้สำเร็จ ยังไงก็ตาม หลายคนก็ยังสงสัยว่า อดีตศูนย์หน้า เซลติก จะปรับตัวในการเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้หรือไม่

“มันยากที่จะรู้ว่า มันจะไปยังไงเมื่อคุณดูฟุตบอล Premier League แต่ในทีวีเท่านั้น แต่เมื่อคุณสัมผัสกับมันคุณจะรู้สึกเลยว่า มันเป็นการแข่งขันที่ยากลำบากจริงๆ มีคนที่บอกผมว่า มันจะยากขึ้น และมันก็ยากขึ้นอย่างที่พวเขาพูดจริงๆ” ปุ๊กกี้ เปิดใจ

ยังไงก็ตาม ปุ๊กกี้ พิสูจน์ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เขายิงประตูแรกใน Premier League ให้กับ นอริช ได้ในเกมนัดเปิดฤดูกาลกับ หงส์แดง ที่สนามแอนฟิลด์ ต่อไป เขาซัดไปอีก 1 ประตู ใส่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ของเกมนัดที่หนึ่งในถิ่นแคร์โรว โร้ด

หัวหอกชาวฟินแลนด์ ยังคงสร้างความประทับใจได้อย่างไม่หยุดด้วยการซัดประตูใส่ทีมยักษ์ใหญ่อย่างสิงห์สำอางพร้อมกับทะลวงตาข่าย  Manchester City  ทีมแชมป์เก่า และพา “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” เปิดบ้านเอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” 3-2 ในเกมลีกเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว    

“มันบ้ามาก ผมไม่เชื่อว่า ผลงานของตัวเองมันจะไปได้ด้วยดี มันเพิ่มความมั่นใจให้กับผมว่า ผมทำได้ในการเล่นฟุตบอลระดับนี้ และนั่นช่วยผมได้มาก ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผม แต่ผมก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นกันในฤดูกาลนี้ และนั่นคือ สิ่งที่ผมต้องปรับปรุง ผมต้องทำให้ระดับการเล่นของผมดีขึ้น”

“เมื่อปีที่แล้วในการแข่งขันศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ผมจะรู้ว่า ตัวเองจะมีโอกาสลุ้นประตูอยู่เสมอ ดังนั้น มันจึงง่าย แต่ใน Premier League มันมีโอกาสเพียง 1-2 ครั้งต่อเกม ดังนั้น คุณต้องทำให้ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ผมต้องปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้น” สไตเกอร์ นอริช กล่าว

ขณะเดียวกัน ปุ๊กกี้ แสดงความคิดเห็นว่า เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ของ หงส์แดง เป็นแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดใน Premier League ที่ตัวเองเคยเผชิญหน้าในสนาม ซึ่งทั้งคู่เคยเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมกับที่ เซลติก

ปุ๊กกี้ กล่าวว่า “ผมรู้จักเขาที่ เซลติก และเขาเริ่มดีขึ้นทุกๆวัน แต่ Premier League มันเป็นไปได้ด้วยคุณภาพ มันเป็นระดับที่แตกต่างออกไป เราได้เห็นทีมต่างๆแปรเปลี่ยนโอกาสเล็กน้อยให้เป็นประตูในฤดูกาลนี้ แม้มันจะมีจังหวะเพียงนิดเดียวก็ตาม สำหรับ หงส์แดง พวกเขาทำประตูได้สูงกว่าที่เคยทำในปีที่แล้ว มันไม่น่าแปลกใจเลย เพราะพวกเขามีผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกอยู่ในทีม”

นอกจากนี้ ปุ๊กกี้ ยังแสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ของ นอริช ซึ่งอยู่ห่างโซนปลอดภัย 6 คะแนน และเหลือการแข่งขันในฤดูกาลนี้อีกเพียง 9 เกมว่า “แผนของคือ เราจะใส่เต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อกลับมาแข่งขันอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่เรามุ่งเน้น และนั่นคือทั้งหมดที่เราทำได้”

“ผมคิดว่า ราสามารถทำได้ เราต้องเริ่มเก็บคะแนนจากเกมแรกเพื่อลดช่องว่าง และในที่สุดก็จะไต่อันดับขึ้นมาได้ ผมคิดว่า การหยุดพักอาจจะดีสำหรับผม ผมเล่นมาหลายเกมโดยที่ไม่ได้พัก ดังนั้น ผมจึงต้องการหยุดพักบ้าง ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาฝึกซ้อมกับลูกบอลในขณะนี้”

ประสบความสำเร็จกับฟินแลนด์
สำหรับ ปุ๊กกี้ นี่น่าจะเป็นฤดูร้อนที่เขาต้องจดจำไว้ เนื่องจาก ฟินแลนด์ ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศ และมันจะเป็นการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่

หัวหอก นอริช กล่าว่า “คนฟินแลนด์ต้องการตั๋วไปดูฟุตบอลยูโรมาก ดังนั้น จะมีคนฟินแลนด์จำนวนมากเดินทางไปที่นั่นเพื่อสัมผัสบรรยากาศของฟุตบอลยูโร เพราะในที่สุดเราก็ได้ไปเล่นที่นั่นแล้ว และหลายคนต้องเปลี่ยนแผนการของครอบครัว ซึ่งรวมผมด้วย”

“ มันเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่สำหรับชาวฟินแลนด์ทุกคนที่จะได้มีส่วนร่วมกับฟุตบอลยูโร ขณะนี้เราทำได้แล้ว แต่การแข่งขันต้องถูกเลื่อนออกไป มั่นใจว่า มันสำคัญมากที่เราจะกลับมาด้วยการมีสมาธิ และแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งพัฒนาการเล่นของเรา”

“มันเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับผมที่จะได้เล่นศึกยูโร ผมเชื่อว่าผมจะยังคงทำได้ดีขึ้นในปีนี้ ผมต้องโชว์ฟอร์มให้สม่ำเสมอมากขึ้น และใช้โอกาสของผมให้ดีขึ้นกว่าเดิม ผมต้องการใช้เวลานี้สำหรับเตรียมความพร้อมของตัวเอง ก่อนที่ฟุตบอลยูโรกลับมาแข่งขัน” ปุ๊กกี้ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น

เฟร์ราน ตอร์เรส กระทิงตัวใหม่ในทัพเรือใบ

เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกดาวรุ่งชาวสเปน ของ บาเลนเซีย ทีมดังในศึกลา ลีกา ได้เซ็นสัญญากับ  Manchester City  สโมสรยอดทีมแห่งศึก Premier League   England  และเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา มันเป็นการยุติข่าวลือทั้งหมดระหว่างตัวเขากับยอดทีมทั่วยุโรปตลอดช่วง 2-3เดือนก่อนหน้านี้

ในช่วงที่ผ่านมา ตอร์เรส กลายเป็นข่าวว่า ได้รับข้อเสนอจากทั้ง ม้าลาย, เสือใต้, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ราชันชุดขาว, บาร์เซโลนา,Chelseaและ ปีศาจแดง แต่ท้ายที่สุดกลายเป็น  เรือฝบสีฟ้า ที่ซื้อตัวเขาไปได้สำเร็จด้วยค่าตัวเบื้องต้นราว 25 ล้านปอนด์ และอาจขยับเพิ่มไปอีก 10 ล้านปอนด์ ในอนาคต

บาเลนเซีย ต้องการค่าตัว ตอร์เรส มากกว่านี้อีก แต่พวกเขาพิจารณาแล้วว่า ดาวเตะวัย 20 ปี เหลือสัญญาฉบับทุกวันนี้อีกเพียงปีเดียวเท่านั้น และจะสามารถย้ายออกไปแบบไร้ค่าตัวในช่วงฤดูร้อนหน้า จึงเป็นเหตุผลที่พวกเขาต้องยอมรับช้อเสนอของ  เรือฝบสีฟ้า อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กีเยม บาลาเก้ นักข่าว และกูรูดังแห่งวงการฟุตบอลแดนกระทิงดุ เปิดพูดว่า “ผมได้เจอกับ เฟร์ราน ที่ บาเลนเซีย เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมถามเขาว่า เขากำลังเรียนภาษาอยู่ใช่ไหม? เขากล่าวว่า ใช่ เขาจะเป็นต้องเรียนภาษาเพราะไม่รู้ว่า ในอนาคตเขาจะต้องย้ายไปเล่นที่ไหน เขากำลังเรียนภาษา England  เขาอธิบายว่า ภาษา England เป็นภาษาสำคัญที่สุดในโลก”

บาเลนเซีย วาง ตอร์เรส ไว้เป็นกำลังสำคัญในอนาคต และวางแผนเตรียมจะสร้างสังกัดใหม่รอบตัวเขา แต่จากการเข้ามาของ  เรือฝบสีฟ้า มันก็ทำให้ “ไอ้ค้างคาว” ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้ และจำใจต้องปล่อยตัวดาวรุ่งชาวสเปนไปในที่สุด

ตอร์เรส ยังคงรักษาความภักดีต่อ บาเลนเซีย และเมืองเกิดของเขาที่ชื่อ โฟออส ซึ่งอยู่ห่างจากสนาม เมสตาย่า ไปทางทิศเหนือเพียง 6 ไมล์เท่านั้น โดยปีกตัวใหม่ Man City เริ่มเล่าว่า “ผมเติบโตที่นั่น เพื่อนๆทั้งหมดของผมก็อยู่ที่นั่น และความจริงก็คือ ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากๆเมื่อกลับไปที่ โฟออส”

ตอร์เรส มาอยู่กับ บาเลนเซีย เมื่ออายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น เขาจำได้เป็นอย่างดีถึงวันแรกที่ได้โอกาสใส่เสื้อ บาเลนเซีย ลงไปฝึกซ้อมกับเด็กคนอื่นๆ โดยเล่าว่า “ผมจำได้ว่า ผมสวมเสื้อแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ต่อไป ผมก็มองตัวเองด้วยความงุนงง”

“ผมเพิ่งสวมใส่เสื้อ และกางเกง และผมก็จ้องมองที่ชุด บาเลนเซีย และพูดกับตัวเองว่า ฉันกำลังทำอะไรที่นี่? ฉันมาที่นี่ได้ยังไง?  มันเป็นช่วงเวลาพิเศษมาก หลังการฝึกซ้อมวันนั้นเสร็จสิ้น ผมคิดเลยว่า นี่เป็นทีมของผม และผมจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับสโมสรแห่งนี้”

ยังไงก็ตาม เวลานี้ ตอร์เรส รู้ดีว่า มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเดินออกจากสโมสรที่เชียร์มาตลอดชีวิต เพื่ออนาคตในเส้นทางนักฟุตบอล “ในฐานะผู้เล่นผมคิดว่าตัวเองมีความทะเยอทะยาน ผมต้องการชนะ ชนะ และก็ชนะ เมื่อเวลาผ่านไป และคุณรู้สึกว่า คุณเตรียมพร้อมมากขึ้นแล้ว คุณก็ต้องการรับมือกับความท้าทายที่มากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ใช่ ผมคิดว่า ผมพร้อมแล้วที่จะทำแบบนั้น”

“ในใจผมคิดอยู่เสมอว่า ผมต้องการเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุด และผมพยายามที่จะทำให้ดีที่สุดเมื่อไปถึงจุดนั้นใหได้ ถ้าคุณไม่เชื่อว่า ตัวเองดีที่สุด คุณก็จะไม่มีทางไปถึงจุดนั้นได้ คุณต้องเชื่อมั่นในตัวเอง”

ทักษะ และความเร็วของ ตอร์เรส โดดเด่นมาตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชนแล้ว เขาเล่นในตำแหน่งเดียวกัน ลิโอเนล เมสซี่ จอมทัพ เจ้าบุญทุ่ม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกตัวเก่ง ม้าลายยูเวนตุส นอกจากนี้ เขายังมักได้เผชิญหน้ากับคู่แข่งที่มีอายุมากกว่าอย่างน้อย 2 ปีอยู่เสมอ

“ผมประสบปัญหาเพราะความไม่เหมือนกันทางกายภาพ ผมตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ผมเห็น พวกเขามีรูปร่างที่แข็งแกร่ง ผมต้องพยายามดิ้นรนจนถึงจุดนั้น จนบางทีผมก็ร้องไห้ออกมา มันความท้าทายในฐานะเด็กอายุ 14 หรือ 15 ปี ที่ต้องพบกับ เด็กอายุ 17 และ 18 ปีที่แข็งแกร่งกว่า มันยากสำหรับผม และผมรู้สึกว่า ผมไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้ หรือสามารถทำสิ่งที่ผมต้องการได้ มันเป็นงานยากจริงๆ” ตอร์เรส กล่าว

ในระหว่างที่เขาช่วยทีมชาติสเปนชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี ทำศึกฟุตบอลโลกปี 2017 ที่ประเทศอินเดีย นั้น ตอร์เรส ได้รับข่าวสำคัญว่า จะได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมชุดใหญ่ของ บาเลนเซีย และในวันที่ 16 ธันวาคมปีดังกล่าว เขากลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่เกิดในยุค 2000 ที่ได้ลงเล่นในลา ลีกา ในเกมเปิดตัวกับ เออิบาร์

จุดแข็งสำคัญของ ตอร์เรส คือ สปีดที่จัดจ้าน และการคอนโทรนบอลที่ยอดเยี่ยม รวมทั้งการเล่นในจังหวะที่คู่แข่งมักคาดไม่ถึง นอกจากนี้ เขายังเป็นตัวรุกสมัยใหม่ที่สามารถเล่นได้ทั้งริมเส้น, ตรงกลางสนาม และยิงประตูได้อย่างเฉียบคมอีกด้วย  

Photo : marca.com
สไตล์การเล่นของ ตอร์เรส มันไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำให้เขาถูกเปรียบเทียบกับ โรนัลโด้ และตัวเด็กปั้น บาเลนเซีย เองก็ระบุว่า เขามี ซุเปอร์สตาร์ชาวโปรตุเกส เป็นไอดอลเช่นเดียกวัน โดยระบุว่า “ไม่ใช่เพียงเพราะผมเล่นฟุตบอลตามแบบฉบับของเขาเท่านั้น เขาเป็นคนที่น่าเชิดชู และผมอยากจะเดินตามรอยเขา”

โฆเซ่ ฆิเมเนซ ผู้อำนวยการกีฬาในทีมเยาวชนของ บาเลนเซีย อธิบายว่า “เฟร์ราน เป็นผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบ บางทีสิ่งที่มีค่าที่สุดในตัวเขาคือ สัญชาตญาณในการเล่นฟุตบอลของเขา”

ขณะที่ ตอร์เรส กล่าวว่า “มากกว่าความเข้าใจในเกมบางเวลาผมก็เล่นไปด้วยสัญชาตญาณ ถ้าคุณหมายถึงความเข้าใจในเกม ผมก็อาจพูดแบบนั้นได้ บางทีผมก็ไม่ได้คิดช็อตการเล่นล่วงหน้ามากนัก ผมไม่คิดเลยว่า ตัวเองจะทำอะไร ผมแค่เล่นไปตามจังหวะเกม”

นอกสนาม ตอร์เรส เป็นดาวเตะที่มีสัมพันธ์ยอดเยี่ยมกับสาวก บาเลนเซีย อยู่เสมอ และเขาก็นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สาวก “ไอ้ค้างคาว” ชื่นชอบอย่างมาก  โดยตัวเขาเล่าว่า“สำหรับแฟน ๆ หลายคนที่คุณพูดถึงนั้น พวกเขาต้องใช้เวลาของตัวเองในการถ่ายรูปกับคุณ และพวกเขาก็สมควรได้รับสิ่งตอบแทน ดังนั้น ผมจึงใช้เวลาทุกช่วงที่ตัวเองสามารถทำได้เพื่ออยู่กับพวกเขาให้เยอะที่สุด”

ก่อนหน้านี้ ตอร์เรส ยังคงอาศัยอยู่กับคุณพ่อของเขาในฟีโอส แม้ว่าว่าเขาจะเพิ่งซื้ออพาร์ทเมนท์ใหม่ใน บาเลนเซีย แต่เขาก็ยังนึกถึงวัยเด็กที่ได้เล่นพรวนดินในสวนผลไม้ของคุณปู่ และขณะนี้เขาก็คิดว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

ตอร์เรส กล่าวว่า “มันเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ผมไม่เคยลืมเลย เพราะแม้ว่าว่า การพรวนดินมันจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฟุตบอลโดยตรง แต่อย่างน้อยก็ช่วยผมให้กลายเป็นบุคคลอย่างที่ผมเป็นทุกวันนี้”

ขณะเดียวกัน เพื่อนสนิทมักจะเรียก ตอร์เรส ว่า เฟอร์รี่ โดยตัวรุกชาวสเปน กล่าวถึงกลุ่มเพื่อนว่า “ผมมีเพื่อนสนิทอยู่ 4 คนในชีวิต พวกเขาทุกคนปฏิบัติต่อผมด้วยความจริงใจ เราติดต่อกับกันอยู่เสมอ เมื่อผมทำสิ่งที่ไม่ดีพวกเขาก็จะบอกผม และเมื่อผมทำดีพวกเขาอยู่ทตรงนั้นเพื่อแสดงความยินดีกับผม แต่ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดผมรู้สึกขอบคุณพวกเขาเยอะที่สุดเมื่อพวกเขาบอกผมเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเคยทำผิดไป”

ทุกวันนี้ ตอร์เรส ยังไม่มีแฟน และผู้หญิงคนสำคัญในชีวิตของเขาคือ อรานซ่า พี่สาวที่อายุห่างกัน 6 ปี  โดยเขาเล่าว่า “กับพี่สาวของผมมันเป็นความจริงที่ว่า ผมเปิดใจคุยกับเธอได้ทุกเรื่อง ผมสามารถพูดสิ่งที่ผมกำลังคิดออกไปได้ เธอเป็นคนสนิทของผม”

“เธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และซับซ้อนกับผมมาแล้ว เธอกำลังทำงานในสายอาชีพของตัวเอง เธอจบปริญญาโท และนั่นเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก ผมคิดว่า เหตุผลที่ทำให้ผมเข้ากันได้ดีกับเธอก็เพราะเธอรู้วิธีที่จะอยู่ในจุดที่เหมาะสม และผมรู้ว่าถ้าผมต้องการบางสิ่งผมสามารถไปหาเธอได้เสมอ”

“เธอจะไม่ถามผม แต่เมื่อผมมีข้อสงสัยหรือมีปัญหาใด คนแรกที่ผมมักจะไปหาคือเธอ เรามีรอยสักบนข้อเท้าของเราทั้งคู่เป็นรูป สมอ ซึ่งหมายความว่า ผมปฏิเสธที่จะจมดิ่งลงไป นั่นเป็นเพราะเราได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากพร้อมกัน เราได้ผ่านมันมาแล้ว และเราจะก้าวไปข้างหน้า” ตัวรุกคนใหม่ “เรือใบสีฟ้า” กล่าวปิดท้าย

ตราโอเร่ยังไม่หมดหวังรอผลตรวจโควิดอีกที

อาดาม่า ตราโอเร่ ปีกร่างตันของ วูลฟ์แฮมป์ตัน จะเข้ารับการตรวจโควิด-19 ครั้งที่ 2 วันอังคารนี้ หลังผลตรวจรอบแรกออกมาเป็นบวก ทำให้พลาดเข้าแคมป์ทีมชาติสเปน

    ตราโอเร่ อยู่ที่สเปน แต่ไม่สามารถเข้าแคมป์เก็บตัวกับทีมชาติของผู้จัดการทีม หลุยส์ เอ็นรีเก้ ได้ หลังผลตรวจเชื้อโควิด-19 ช่วงสุดอาทิตย์ออกมาเป็นบวก หรือพบเชื้อในร่างกาย

    สกายสปอร์ต สื่อเมืองผู้ดี รายงานว่า ตราโอเร่ จะเข้ารับการตรวจโควิด-19 รอบ 2 ในวันอังคารนี้ เพื่อทำให้แน่ใจว่าผลการตรวจรอบแรกไม่ได้พบความผิดพลาด ดังนั้นหากผลตรวจรอบใหม่ยังคงเป็นบวก ปีกเชื้อสายมาลี จะต้องเข้าสู่มาตรการกักตัว 14 วันทันที และไม่สามารถบินกลับ England ได้ด้วย
    นอกจากจะพลาดอยู่ในทีมชาติสเปนแล้ว ยังน่าจะพลาดเกม Premier League  นัดเปิดฤดูกาลเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด วันที่ 14 กันยายนด้วย

อาดาม่า ตราโอเร่ ปีกร่างตันของ วูลฟ์แฮมป์ตัน จะเข้ารับการตรวจโควิด-19 ครั้งที่ 2 วันอังคารนี้ หลังผลตรวจรอบแรกออกมาเป็นบวก ทำให้พลาดเข้าแคมป์ทีมชาติสเปน สกายสปอร์ต สื่อเมืองผู้ดี รายงานว่า ตราโอเร่ จะเข้ารับการตรวจโควิด-19 รอบ 2 ในวันอังคารนี้ เพื่อทำให้แน่ใจว่าผลการตรวจรอบแรกไม่ได้พบความผิดพลาด ดังนั้นหากผลตรวจรอบใหม่ยังคงเป็นบวก ปีกเชื้อสายมาลี จะต้องเข้าสู่มาตรการกักตัว 14 วันทันที และไม่สามารถบินกลับ England ได้ด้วย
    นอกจากจะพลาดอยู่ในทีมชาติสเปนแล้ว ยังน่าจะพลาดเกม Premier League  นัดเปิดฤดูกาลเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด วันที่ 14 กันยายนด้วย

    ตราโอเร่ อยู่ที่สเปน แต่ไม่สามารถเข้าแคมป์เก็บตัวกับทีมชาติของผู้จัดการทีม หลุยส์ เอ็นรีเก้ ได้ หลังผลตรวจเชื้อโควิด-19 ช่วงสุดอาทิตย์ออกมาเป็นบวก หรือพบเชื้อในร่างกาย

    สกายสปอร์ต สื่อเมืองผู้ดี รายงานว่า ตราโอเร่ จะเข้ารับการตรวจโควิด-19 รอบ 2 ในวันอังคารนี้ เพื่อทำให้แน่ใจว่าผลการตรวจรอบแรกไม่ได้พบความผิดพลาด ดังนั้นหากผลตรวจรอบใหม่ยังคงเป็นบวก ปีกเชื้อสายมาลี จะต้องเข้าสู่มาตรการกักตัว 14 วันทันที และไม่สามารถบินกลับ England ได้ด้วย
    นอกจากจะพลาดอยู่ในทีมชาติสเปนแล้ว ยังน่าจะพลาดเกม Premier League  นัดเปิดฤดูกาลเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด วันที่ 14 กันยายนด้วย สกายสปอร์ต สื่อเมืองผู้ดี รายงานว่า ตราโอเร่ จะเข้ารับการตรวจโควิด-19 รอบ 2 ในวันอังคารนี้ เพื่อทำให้แน่ใจว่าผลการตรวจรอบแรกไม่ได้พบความผิดพลาด ดังนั้นหากผลตรวจรอบใหม่ยังคงเป็นบวก ปีกเชื้อสายมาลี จะต้องเข้าสู่มาตรการกักตัว 14 วันทันที และไม่สามารถบินกลับ England ได้ด้วย
    นอกจากจะพลาดอยู่ในทีมชาติสเปนแล้ว ยังน่าจะพลาดเกม Premier League  นัดเปิดฤดูกาลเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด วันที่ 14 กันยายนด้วยอาดาม่า ตราโอเร่ ปีกร่างตันของ วูลฟ์แฮมป์ตัน จะเข้ารับการตรวจโควิด-19 ครั้งที่ 2 วันอังคารนี้ หลังผลตรวจรอบแรกออกมาเป็นบวก ทำให้พลาดเข้าแคมป์ทีมชาติสเปนสกายสปอร์ต สื่อเมืองผู้ดี รายงานว่า ตราโอเร่ จะเข้ารับการตรวจโควิด-19 รอบ 2 ในวันอังคารนี้ เพื่อทำให้แน่ใจว่าผลการตรวจรอบแรกไม่ได้พบความผิดพลาด ดังนั้นหากผลตรวจรอบใหม่ยังคงเป็นบวก ปีกเชื้อสายมาลี จะต้องเข้า

โหมโรงเดือด ชมคลิปสถิติที่น่าสนใจก่อนรอบ 8 ทีมสุดท้าย ชปล.

ริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลับเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-เผ่านาสืบสวนเตรียมเล่นงานหลังมีฉากหลุดเจ้าตัวไปสบถใส่แฟนบอลตราหมีอย่างร้ายแรงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มีนาคม ว่า "กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต" สื่อดังแดนมักกะโรนีกล่าวว่า สหภาพสมาคมบอลยุโรปหรือยูฟ่า เผ่านาไต่สวนกรณีที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลับเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กับม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโดแผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เผ่านาสืบสวนเตรียมเล่นงานหลังมีฉากหลุดเจ้าตัวไปสบถใส่แฟนบอลตราหมีอย่างร้ายแรงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มีนาคม ว่า "กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต" สื่อดังแดนมักกะโรนีกล่าวว่า สหภาพสมาคมบอลยุโรปหรือยูฟ่า เผ่านาไต่สวนกรณีที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลับเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กับม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโดเดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียเผ่านาสืบสวนเตรียมเล่นงานหลังมีฉากหลุดเจ้าตัวไปสบถใส่แฟนบอลตราหมีอย่างร้ายแรงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มีนาคม ว่า "กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต" สื่อดังแดนมักกะโรนีกล่าวว่า สหภาพสมาคมบอลยุโรปหรือยูฟ่า เผ่านาไต่สวนกรณีที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลับเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กับม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโดโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กับม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโด ไปฉลองดีใจด้วยการสบถใส่แฟนบอลของทีมเยือนเผ่านาสืบสวนเตรียมเล่นงานหลังมีฉากหลุดเจ้าตัวไปสบถใส่แฟนบอลตราหมีอย่างร้ายแรงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มีนาคม ว่า "กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต" สื่อดังแดนมักกะโรนีกล่าวว่า สหภาพสมาคมบอลยุโรปหรือยูฟ่า เผ่านาไต่สวนกรณีที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลับเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กับม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโดนเกมต่เผ่านาสืบสวนเตรียมเล่นงานหลังมีฉากหลุดเจ้าตัวไปสบถใส่แฟนบอลตราหมีอย่างร้ายแรงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มีนาคม ว่า "กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต" สื่อดังแดนมักกะโรนีกล่าวว่า สหภาพสมาคมบอลยุโรปหรือยูฟ่า เผ่านาไต่สวนกรณีที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลับเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กับม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโดอไปที่จะพบกับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม เลกแรกรอบ 8 ทีมในวันที่ 10 เมษายนทั้งนี้ทาง ดิเอโก ซิเมโอเน กุนซือของแอตเลติโก มาดริด เพิ่งจะจะถูกยูเผ่านาสืบสวนเตรียมเล่นงานหลังมีฉากหลุดเจ้าตัวไปสบถใส่แฟนบอลตราหมีอย่างร้ายแรงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มีนาคม ว่า "กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต" สื่อดังแดนมักกะโรนีกล่าวว่า สหภเผ่านาสืบสวนเตรียมเล่นงานหลังมีฉากหลุดเจ้าตัวไปสบถใส่แฟนบอลตราหมีอย่างร้ายแรงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มีนาคม ว่า "กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต" สื่อดังแดนมักกะโรนีกล่าวว่า สหภาพสมาคมบอลยุโรปหรือยูฟ่า เผ่านาไต่สวนกรณีที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลับเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กัเผ่านาสืบสวนเตรียมเล่นงานหลังมีฉากหลุดเจ้าตัวไปสบถใส่แฟนบอลตราหมีอย่างร้ายแรงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มีนาคม ว่า "กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต" สื่อดังแดนมักกะโรนีกล่าวว่า สหภาพสมาคมบอลยุโรปหรือยูฟ่า เผ่านาไต่สวนกรณีที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลับเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กับม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโดบม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโดาพสมาคมบอลยุโรปหรือยูฟ่า เผ่านาไต่สวนกรณีที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลัเผ่านาสืบสวนเตรียมเล่นงานหลังมีฉากหลุดเจ้าตัวไปสบถใส่แฟนบอลตราหมีอย่างร้ายแรงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 มีนาคม ว่า "กัซเซตตา เดลโล สปอร์ต" สื่อดังแดนมักกะโรนีกล่าวว่า สหภาพสมาคมบอลยุโรปหรือยูฟ่า เผ่านาไต่สวนกรณีที่ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์ดังของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ไปฉลองดีใจสบถใส่แฟนบอลของตราหมี แอตเลติโก มาดริดพรีเมียร์ลีก ลุ้นรัฐบาลอังกฤษผ่อนปรนผู้ชมกลับเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กับม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโดบเข้าสนาม ต.ค.นี้สื่อดังคาด 11 ตัวจริง “ยูเวนตุส” ถ้าได้ “เมสซี” ผนึกกำลัง “โด้”ส่อง 11 ตัวจริง-แผน "แมนยูฯ" ถ้าได้ ฟาน เดอ บีค-ซานโชจากเกมแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมเลกสองที่ ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 3-0 โดยเกมนี้ คริสเตียโน โรนัลโด สวมบทฮีโร่ซัดแฮตทริกให้กับม้าลายแต่ทว่าหลังเกมมีการเปิดเผยคลิปของ โรนัลโดฟ่าลงโทษปรับเงิน 17,000 ปอนด์ในข้อหาดีใจด้วยการกระตุกเป้า

บอกจนเมื่อยปาก!โซลชายันอนาคตป็อกบากับแมนยู

อกจนเมื่อยปาก!โซลชายันอนาคตป็อกบากับแมนยู
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ปีศาจแดง ไม่เบื่อที่จะตอบคำถามในเรื่องอนาคตของ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์sboibc888เจ้าพ่อแฟชั่น โดยยืนยันเป็นรอบที่ร้อยว่าลูกทีมเลือดเฟร้นช์ จะอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับ "ปีศาจแดง" ต่อไป และต่อให้ไปสัมภาษณ์นักเตะก็จะพูดชัดเจนว่าแฮปปี้กับชีวิตใน "โรงละครแห่งความฝัน"
    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ของ ปีศาจแดง ออกโรงปฏิเสธเกี่ยวกับข่าวลือที่อ้างว่า ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส ยังคงคิดการณ์ใหญ่เรื่องย้ายหนีออกจากถิ่นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อนนี้

    "ราชันชุดขาว" ราชันชุดขาว แสดงความมุ่งมั่นที่จะคว้า ป็อกบา มาร่วมทีมให้ได้ตลอดช่วงฤดูร้อนนี้ ขณะที่นักเตะก็ไม่เคยslotxovipปกปิดแรงปรารถนาที่จะอำลาถิ่นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เพื่อไปเล่นให้กับยอดทีมแห่งกรุงมาดริด แต่จนแล้วจนเรื่องการย้ายทีมก็ยังไม่เกิดขึ้นซะที

    ล่าสุด ไทม์ส รายงานว่า ราชันชุดขาว เตรียมที่จะยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อตัว มิดฟิลด์แชมป์โลก มาร่วมทีมให้ โดยเรื่องนี้ โซลชา ออกโรงยืนคาสิโนกรานว่า สตาร์ฟุตบอลเลือดเฟร้นช์ ซึ่ง แมนฯ ยูฯ ตั้งค่าหัวเอาไว้ 180 ล้านปอนด์ (ราว 6,840 ล้านบาท) ยังคงอยู่กับทีมต่อไปแน่นอน

    โซลชา กล่าวว่า "สำหรับผม ใช่ เขายังคงอยู่กับทีม ผมไม่มีอะไรต้องกังวลในเรื่องของ ปอล พวกคุณมักจะมีคำถามคาใจเกี่ยวกับ ปอล เสมอ ผมไม่คิดอะไรแบบนั้น และเชื่อว่าเขาคงจะตอบ -ผมสนุกในการเล่น, ผมมีความสุขกับเพื่อนร่วมทีม, ผมมีความสุขกับสิ่งที่ผมได้ทำ, ผมรักงานของผม และสนุกในการเล่น-"

    "แน่นอนประโยคที่เกี่ยวข้อสงสัยเกี่ยวกับ ปอล ไม่มีครั้งไหนในการให้สัมภาษณ์ที่ผมไม่ตอบคำถามเรื่อง ปอล ป็อกบา แต่ 80 เปอร์เซ็นต์กับสิ่งที่เขาพูดนั่นก็คือเขาแฮปปี้ในการเล่น และมีความสุขกับช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่" นายใหญ่เบบี้เฟซ ระบุ

มิเกลเจื่อน!ฉลามบลูเวฟอุ่นถล่มไท ซอง นัม 6-2

ฉลามโต๊ะเล็กไม่ไว้หน้าอุ่นถล่ม ไท ซอง นัม จากเวียดนาม ที่มีอดีตกุนซือทีมชาติไทย คุมทัพ 6-2

ฟุตซอลเกมอุ่นเครื่องก่อน เอเอฟซี คลับ แชมเปี้ยนส์ชิพ 2017 ทีม พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี แชมป์เอเชีย 1 สมัยเปิดบ้าน บลูเวฟ อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของ ไท ซอง นัม แชมป์ลีกเวียดนามเจ้าภาพ เอเอฟซี คลับ คราวนี้ ระหว่างวันที่ 20-30 กรกฎาคม โดยทีมเยือนนำทัพโดย มิเกล โรดริโก้ อดีตกุนซือทีมชาติไทยพ่วงด้วย ทาเยบี้ นักเตะยอดเยี่ยมเอเชียชาวอิหร่านและ ลูกาญ่า ดาวเตะบราซิลจากสโมสร เปสคาราในอิตาลี แถมมีตัวทีมชาติเวียดนามทั้งทีม

น.3 วู ซวน ตู ยิงให้ ไท ซอง นัม นำก่อน 1-0
น.5 ฮอสเซี่ยน ทาเยบี้ ยิงให้ ไท ซอง นัม หนีเป็น 2-0
น. 8 พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ไล่มาเป็น 1-2 จาก อภิวัฒน์ แจ่มเจริญก้าวหน้า
ช่วงหลังชลบุรีเร่งเกม น.28 ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ยิงเปรี้ยงทางริมเส้นขวาลอดขาประตูเข้าไป 2-2 เฮกันสนั่น
น.31 สรศักดิ์ พูนจังหรีด ยกบอลให้ จิรวัฒน์ สอนวิเชียร กระชากยิงไปเสาสองหาย 3-2
เกมดุเดือด หลัง ไท ซอง นัม เสียประตู หันมาทำฟาวล์หนักใส่ ทั้ง เทเยบี้ ศอกใส่ ณัฐพล สุทธิโรจน์ และ ประตูเวียดนามกระโดดชก ศุภวุฒิ ร่วงกลางอากาศ ทำเอา”โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงามประท้วงผู้ตัดสินลั่น
ทาเยบี้ ยังเกเรไม่เลิกทำฟาวล์ใส่ กัปตันช้าง กฤษดา วงษ์แก้ว อีก จึงโดนเหลืองที่สองเป็นใบแดงออกไป
เพียงนาทีเดียวแค่นั้นบลูเวฟ ขึงจนได้ประตูหนี 4-2 เป็นเจ้าเก่า “อาร์ม”ศุภวุฒิ ยิงนอกเขตเต็มเท้า
น.34 เวียดนามได้จุดโทษจุดสอง หลัง บลูเวฟฟาวล์ 6 แต่ คฑาวุธ เซฟไว้ได้
เวียดนามไม่มีทาเยบี้ ก็หมดพิษสง น.35 ซาปา ตัดยอลได้ลากเดี่ยวโซโล่ยิงเต็มข้อเป็น 5-2
น.37 บลูเวฟ ได้จุดโทษจุดสอง แบะเป็น ศุภวุฒิ ซัดไม่เหลือเป็นแฮททริคขแงเจ้าตัว 6-2 ท้ายเกม บลูเวฟ เคาะทำชิ่งทำเอา ไท ซอง นัม หาบอลไม่เจอ หมดเวลา บลูเวฟ ถล่มไทซองนัม 6-2

แบ็คขวากิเลนรับรองเจ็บจริงเมื่อโพสต์ใบรับรองแพทย์ที่บอกว่าต้องพัก 21 วัน หลังถอนช้างศึกชุดลุยคิงส์คัพ และพลาดช่วยทีมต่อเนื่องอีก 1 นัดหลังพักเบรค

ทริสตอง โด แบ็คขวาจอมบุกเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โพสต์ใบรับรองแพทย์ผ่านอินสตาแกรม โดยบอกว่ามีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีกเข่าขวาต้องพัก 21 วัน หลังถอนตัวจาก ทีมชาติไทย เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน ในการลุยศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 14-16 กรกฎาคมนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ดาวเตะวัย 24 ปีถูกแฟนบอลขุ่นข้องหมองใจไม่น้อย เมื่อลงช่วย กิเลนผยอง ครบ 90 นาทีในเกมโตโยต้า ไทยลีก ที่เปิดบ้านเสมอ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-1 แต่จากนั้น 1 วัน กลับขอถอนตัวจาก ทีมชาติไทย ทันที ก่อนที่ปัจจุบันเจ้าตัวจะการันตีว่าเจ็บจริง โดยใบรับรองแพทย์กล่าวว่า โด เจ็บกล้ามเนื้อฉีกเข่าขวาต้องพัก 21 วัน